2760 จำนวนผู้เข้าชม |
นายชัชพล ประสพโชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บมจ. ยูเอซี โกลบอล (UAC) เปิดเผยแผนธุรกิจปีนี้ว่า บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าต่อยอดการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน (For Sustainable Future) ภายใต้การดำเนินธุรกิจแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านพลังงานสะอาด พลังงานทดแทน และการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ตลอดจนเข้าไปร่วมทุนกับพันธมิตรในธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยในปีนี้ ตั้งเป้าอัตราการเติบโตของรายได้รวม เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน และมีอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา หรือค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เกิน 25% ของรายได้รวม ผ่านการขับเคลื่อนใน 2 กลุ่มธุรกิจ คือ ธุรกิจ Trading และธุรกิจ Manufacturing & Energy
โดยกลุ่มธุรกิจ Trading ที่จำหน่ายสารเคมีอุปกรณ์ และเครื่องจักร พร้อมขยายฐานลูกค้าทั้งในกลุ่ม Industrial และกลุ่ม Energy เชิงรุก ผ่านการพัฒนาสินค้าและบริการ ให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม
ส่วนธุรกิจ Manufacturing & Energy ถือเป็นดาวเด่นของปีนี้ เนื่องจากจะมีหลายโครงการทยอยเปิดดำเนินการ พร้อมรับรู้รายได้ในปีนี้ ประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรฐกิจฐานรากขนาดการผลิตไฟฟ้า 3 เมกะวัตต์ (MW) ที่จังหวัดขอนแก่น สามารถเดินเครื่องผลิตได้ทันที รอเพียงการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในเร็วๆ นี้ ขณะที่โครงการจัดการขยะเพื่อผลิตพลังงานทดแทน และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นำกลับมาใช้ใหม่ ที่นครเวียงจันทน์ สปป.ลาว มีการลงนามซื้อขายเชื้อเพลิงจากขยะ (RDF3) ให้กับโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ใน สปป.ลาว เป็นที่เรียบร้อยแล้วในปีที่ผ่านมา คาดว่าจะสามารถเดินเครื่องผลิตและขายเชื้อเพลิงได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้

สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 6 โครงการ กำลังการผลิตรวม 14.25 MW ที่ดำเนินการผ่านบริษัทย่อย ยูเอซี เอ็นเนอร์ยี่ และผ่านเกณฑ์การประมูลจากภาครัฐแล้ว คาดว่าจะทราบผลการตัดสินรอบสุดท้ายภายในเดือนมีนาคมนี้ ช่วยต่อยอดรายได้ให้กับบริษัทฯ ในรูปแบบ Feed-in-Tariff (FiT) ได้ตั้งแต่ปี 2565-2573
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ เตรียมงบลงทุนประมาณ 200 -300 ล้านบาท ขยายการลงทุนในโครงการที่ประสบความสำเร็จในปีที่ผ่านมา อย่างโครงการขุดเจาะน้ำมันดิบจากแหล่งปิโตรเลียม ที่จังหวัดสุโขทัย เพิ่มเติม โดยพร้อมลงทุนสำรวจและขุดเจาะปิโตรเลียมจากแหล่งผลิตหมายเลข L10/43 ต่อ หลังจากค้นพบน้ำมันดิบในแหล่งผลิต L11/43 เมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน รวมถึงขยายการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Station) ที่ร่วมลงทุนกับ บมจ.คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ (QTC) โดยตั้งเป้าขยายให้ครบ 50 สถานี หรือ 150 หัวจ่าย ครอบคลุมทั่วประเทศ ภายใน 2 ปีตามแผนที่วางไว้