เชื่อ SNNP กำลังก้าวสู่วัฏจักรการเติบโตรอบใหม่ ตลาดลงเป็นโอกาสซื้อ

3292 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เชื่อ SNNP กำลังก้าวสู่วัฏจักรการเติบโตรอบใหม่ ตลาดลงเป็นโอกาสซื้อ


บมจ. ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง (SNNP) ผู้นำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม และขนมขบเคี้ยวของประเทศไทย รายงานผลดำเนินงานงวดไตรมาสสุดท้ายปีก่อน มีกำไรสุทธิ 149 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ตามการเติบโตของรายได้รวมที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ที่ 1,634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน หนุนให้ผลดำเนินงานรอบบัญชีปีที่ผ่านมา เติบโตจากปีก่อนหน้า (YoY) ทั้งรายได้และกำไร

โดยรายได้รวมเติบโต 30% เป็น 5,556 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ (ไม่รวมกำไรพิเศษ) เพิ่มขึ้น 57% เป็น 541 ล้านบาท สาเหตุจากแผนการตลาดที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี รวมถึงการออกสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดี ผลักดันให้ยอดขายสินค้าทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวชัดเจนในครึ่งหลังปีที่ผ่านมาสร้างความคึกคักให้กับตลาดเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว

โอกาสนี้ บริษัทฯ เตรียมจ่ายปันผลสำหรับรอบบัญชีครึ่งหลังปีที่ผ่านมา ในอัตราหุ้นละ 0.23 บาท กำหนดวันไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 2 พฤษภาคม และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 19 พฤษภาคม ซึ่งหากคิดรวมเงินปันผลที่จ่ายระหว่างกาลไปแล้ว สำหรับงวดครึ่งปีแรก ในอัตราหุ้นละ 0.18 บาท คิดเป็นเงินปันผลทั้งปีที่ 0.41 บาท   

สำหรับแผนงานปีนี้ ได้รับการเปิดเผยจากนายวิโรจน์ วชิรเดชกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานธุรกิจในประเทศ SNNP ว่า บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้เติบโตเป็นเลขสองหลัก จากภาพตลาดในประเทศที่โตต่อเนื่อง และตลาดต่างประเทศที่ขยายตัว ทั้งจากการได้ประโยชน์จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวหลัก โดยเฉพาะจีน และแผนขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในตลาดเดิม และการขยายตลาดใหม่ๆ เพิ่มเติมจากเวียดนาม ซึ่งปีนี้จะเป็นตลาดดาวเด่น โดยบริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ที่ 1,000 ล้านบาท ขับเคลื่อนจากแผนธุรกิจ ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ของตราสินค้าอย่างต่อเนื่อง การกระตุ้นการบริโภคสินค้า รวมถึงแผนออกสินค้าใหม่ๆ เพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมาย

 

 

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ เตรียมขยายกำลังการผลิตในโรงงานเวียดนามต่อเนื่องตามแผน โดยเตรียมผลิตเบนโตะ เฟส 2 ในไตรมาส 2 เพราะทุกวันนี้ผลิตไม่ทันขาย ตั้งเป้าใช้ Capacity ถึง 100% ภายในเดือนตุลาคมนี้ ก่อนเดินหน้าผลิต เจเล่ ในเฟส 3 ต่อในไตรมาสสุดท้ายของปี

หากครบทั้ง 3 เฟส จะทำให้กำไรขั้นต้น (GPM) ของเวียดนามเพิ่มขึ้น 5-10% จากปกติที่ทำได้ 30-32% เพราะต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ และค่าขนส่งลดลง และหนุนให้ GPM ปีนี้ ยืนได้ไม่ต่ำกว่าไตรมาสสุดท้ายที่ทำได้ราว 28% 

ที่สำคัญ ผู้บริหารให้ข้อมูลผ่านเวทีประชุมนักวิเคราะห์ครั้งล่าสุด ว่า บริษัทฯ ประเมินว่าจะสามารถผลักดันรายได้แตะ 8,000 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดในประเทศ 5.3 พันล้านบาท และตลาดต่างประเทศ 2.7 พันล้านบาท ได้ภายในปี 2568 เร็วกว่าเป้าที่ตั้งไว้ตอนเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ถึง 1 ปี

สำหรับกระแสตอบรับจากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ออกมาเป็นบวก ในทำนองคล้ายๆ กับ โนมูระ พัฒนสิน (CNS) ที่มองว่า ในช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวลงมาช่วงนี้ ถือเป็นจังหวะซื้อสะสมหุ้น เนื่องจากโมเมนตัมกำไรมีโอกาสทำ New High ได้ต่อเนื่อง จากการเติบโตของยอดขายทั้งในและต่างประเทศ และการมี GPM แตะ 30% ในปลายปีนี้ รับการขยายกำลังการผลิตในเวียดนาม หนุนให้เกิดการประหยัดจากขนาด (Economies of Scale) และการปรับ Product Mix ซึ่งจะเป็น Upside ต่อกำไรปีหน้าอีกราว 10%

 

 



ส่วนภาพระยะกลางถึงยาว ยังมีโอกาสเติบโตอีกมากจากการขยายไปตลาดใหม่ๆ นอกจากเวียดนาม และภูมิภาคอินโดจีน (CLMV) อาทิ ฟิลิปปินส์ (ประชากรมากกว่าไทยเกือบ 2 เท่า) ซึ่งได้เริ่มทดสอบตลาดแล้ว เบื้องต้นสามารถทำยอดขายได้เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มสแน๊ค ขณะที่การปรับเป้ายอดขายระยะยาวที่ 8 พันล้านบาท เร็วขึ้นจากปี 2569 เป็นปี 2568 ถือเป็น upside ต่อมูลค่าพื้นฐานในอนาคต โดยให้ราคาเหมาะสมปีนี้ที่ 28 บาท

ส่วนดาโอ (DAOL) ระบุว่า ผลดำเนินงานของ SNNP กำลังเดินหน้าเข้าสู่วัฏจักรเติบโตรอบใหม่ และยังมี upside รายได้จากสินค้านวัตกรรมและรายได้จากตลาดต่างประเทศใหม่ๆ โดยเฉพาะฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย และจีน ขับเคลื่อนธุรกิจ โดยคาดกำไรปกติปีนี้ที่ 722 ล้านบาท เติบโต 37% YoY หนุนโดยรายได้ขยายตัว 16% YoY (แบ่งเป็นรายได้ในประเทศที่เติบโต 12% และรายได้ต่างประเทศที่เติบโต 30%) ขับเคลื่อนจากรายได้ตลาดเวียดนาม (สัดส่วน 16% ของรายได้รวม) ที่คาดเติบโต 50% จากการรับรู้รายได้การเดินเครื่องโรงงานเฟส 1 เต็มปี และเริ่มรับรู้รายได้เฟส 2 และ 3 ในครึ่งปีหลัง และ GPM ที่คาดขยายตัวจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง และ GPM ที่เพิ่มขึ้นจากโรงงานเวียดนาม

ก่อนก้าวสู่ปีทองในปีหน้า โดยมีกำไรปกติที่ 914 ล้านบาท ขยายตัว 27% YoY จากรายได้รวมเติบโต 15% YoY จากการรับรู้รายได้จากโรงงานเวียดนามทั้ง 3 เฟสเต็มปี ผลักดันให้รายได้ต่างประเทศขยายตัว 21% และการเติบโตจากตลาดในประเทศ 12% YoY หนุนด้วย GPM ที่คาดจะขยายตัวต่อเนื่อง คิดเป็นราคาเป้าหมายที่ 30 บาท อิง PER ปีนี้ที่ 40 เท่า

ขณะที่อินโนเวสท์ เอ็กซ์ (InnovestX) บอกว่า SNNP ตั้งเป้าเติบโตของยอดขายปีนี้ในประเทศ 15% และต่างประเทศ 30% โดยไฮไลต์ปีนี้ อยู่ที่การเปิดโรงงานที่เวียดนามเต็มรูปแบบปลายปีนี้ พร้อมกับเริ่มส่งออกไปประเทศอื่นเพิ่มเติม เช่น เกาหลี ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ ทำให้ประเมินแนวโน้มรายได้รวมทั้งปีเติบโต 13% YoY มาที่ 6,260 ล้านบาท มาจากตลาดต่างประเทศ 28% (มูลค่าเติบโต 30%) ขณะที่ตลาดในประเทศคาดมีสัดส่วน 72% (มูลค่าเติบโต 13.5%) และมี GPM เพิ่มเป็น 28.8% จากที่ทำได้ 27.3% ในปีที่ผ่านมา โดยคาดจะเห็นการปรับขึ้นทุกไตรมาส อานิสงค์จากต้นทุนการผลิตในเวียดนามที่ทยอยปรับลดลง คิดเป็นราคาเป้าหมายที่ 25.50 บาท อิง PER ที่ 31.5 เท่า (เทียบเท่า +1SD)  

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้