เชื่อ BCG มี downsize จำกัด บรรจุภัณฑ์ขวดฟื้นตัว รับรู้รายได้จากการซื้อกิจการทันทีไตรมาส 2

2677 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เชื่อ BCG มี downsize จำกัด บรรจุภัณฑ์ขวดฟื้นตัว รับรู้รายได้จากการซื้อกิจการทันทีไตรมาส 2


หลังจาก บมจ. บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BGC) ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์แก้ว และแพคเกจจิ้งรายใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน รายงานผลดำเนินงานงวดไตรมาสสุดท้ายปีที่ผ่านมา มีรายได้จากการขาย 3,798 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 25% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ขานรับการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว และการเฉลิมฉลองปีใหม่ เห็นได้ชัดจากอุปสงค์ที่ปรับตัวดีขึ้นในกลุ่มเบียร์ เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ โซดาและน้ำดื่ม อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ ราคาพลังงานและค่าไฟที่ปรับตัวสูงขึ้น กลับฉุดให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 41% ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 27% มาอยู่ที่ 84 ล้านบาท และส่งผลให้กำไรสุทธิทั้งปีประคองตัวใกล้เคียงปีก่อนหน้าที่ 506 ล้านบาท ทั้งที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 14,192 ล้านบาท

การที่ราคาต้นทุนวัตถุดิบ ราคาพลังงานและค่าไฟยังสร้างแรงกดดันต่อธุรกิจอยู่ ทำให้นายศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BGC ออกมายืนยันแผนดำเนินงานปีนี้ว่า บริษัทฯ จะยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง ทั้งเพื่อเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นให้สูงขึ้น และเร่งยอดขายให้สอดคล้องกับความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับสู่ภาวะปกติ โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปีนี้ที่  9% และฟื้นอัตรากำไรขั้นต้นให้กลับไปอยู่ในระดับ 13-15% จากที่อยู่ 12.2% ในปีที่ผ่านมา หลังต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มลดลง

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้ทุ่มงบ 580 ล้านบาท เพื่อขยายการลงทุนในธุรกิจ Flexible Packaging ด้วยการซื้อกิจการบริษัท ไพร์ม แพ็คเกจจิ้ง (Prime) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนและม้วนฟิล์ม ผ่านบริษัทย่อย บีจีซี แพคเกจจิ้ง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่า จะเริ่มรับรู้รายได้และกำไรจาก Prime ได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 นี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้ Prime Packaging มีฐานลูกค้าหลักในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (เช่น ซองขนมและซองบะหมี่กึ่งสําเร็จรูป) รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค (เช่น ถุงน้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม) มีกำไรเฉลี่ยปีละ 30-40 ล้านบาท อิงข้อมูลปี 2562-64



"แผนลงทุนครั้งนี้ นอกจากจะช่วยลดการพึ่งพิงรายได้จากบรรจุภัณฑ์แก้วที่เป็นพอร์ตรายได้หลัก ให้กระจายออกไปในธุรกิจแพคเกจจิ้งอื่นๆ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของบริษัทฯ ที่มุ่งสร้างการเติบโตด้วยการตอบสนองความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ที่หลากหลายและครบวงจรแก่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ ฉลาก ฝา หรือกล่อง เพิ่มโอกาสขยายฐานลูกค้า และยอดคำสั่งซื้อต่อรายได้ในระยะสั้น และระยะกลางแล้ว ยังจะสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว และช่วยขับเคลื่อนให้บริษัทฯ สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจรได้อย่างที่มุ่งหวัง” ผู้บริหาร BGC ยืนยัน

แผนลงทุนข้างต้น ทำให้นักวิเคราะห์หลักทรัพย์จากหยวนต้า (YUANTA) ปรับประมาณการกำไรปีนี้ และปีหน้าขึ้น 2% และ 5% เป็น 504 ล้านบาท (+31% YoY) และ 568 ล้านบาท (+13% YoY) ตามลําดับ คิดรวมการลงทุนใน Prime Packaging ในสัดส่วน 75% (ตามเงื่อนไขการชําระค่าหุ้นของบริษัท 75% สิ้นไตรมาสแรกนี้ และส่วนที่เหลือสิ้นไตรมาสแรกปี 2568) ไว้ในประมาณการแล้ว ส่งผลให้ปรับราคาเหมาะสมขึ้นจาก 11.80 บาท เป็น 12.00 บาท พร้อมแนะนำ "ซื้อ" หลังราคาหุ้นล่าสุด (ที่บริเวณ 9.80 บาท) ซื้อขายบน PER ที่ระดับ 13.8 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ประกอบกับกําไรปกติกลับมาอยู่ในช่วงการฟื้นตัว จึงมองว่ามี Downside จํากัดแล้ว


Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้