PLP ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 110 ล้านหุ้น เพิ่มศักยภาพธุรกิจโฆษณาแบบครบวงจร 

2984 จำนวนผู้เข้าชม  | 

PLP ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 110 ล้านหุ้น เพิ่มศักยภาพธุรกิจโฆษณาแบบครบวงจร 


นางเบญญาดา รุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บมจ. โปรไลฟ์ พลัส (PLP) ผู้เชี่ยวชาญการให้บริการงานด้านโฆษณาแบบครบวงจร (One Stop Service Solution) มากว่า 10 ปี บอกว่า เพื่อเพิ่มโอกาสเติบโตทางธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และการให้บริการที่ครอบคลุมความต้องการของลูกค้า เป็นที่ยอมรับในระดับสากล บริษัทฯ จึงตัดสินใจเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai) ด้วยการเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 110 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 28.2% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด โดยมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อนำเงินทุนไปใช้ลงทุนฐานการผลิต และพัฒนาสื่อโฆษณาประเภทออฟไลน์ให้ทันสมัย มีการเพิ่มจุดติดตั้งป้ายโฆษณาแบบดิจิทัล LED และป้ายโฆษณาแบบธรรมดา (Static) ในตำแหน่งที่มีศักยภาพ รวมถึงลงทุนพัฒนา Software และต่อยอด Platform Online ตลอดจนใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ

ด้านนางศิริพร เหล่ารัตนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ 2 บมจ. หลักทรัพย์ เคจีไอ ประเทศไทย (KGI) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน PLP ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ ถือเป็นผู้นำธุรกิจผลิตสื่อโฆษณาครบวงจร โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกด้าน ได้อย่างประทับใจ และมุ่งมั่นจะให้บริการที่เกินความคาดหมายของลูกค้า 

สำหรับลักษณะธุรกิจของ PLP แบ่งได้เป็น 3 ประเภท ธุรกิจแรกเป็นการผลิตสื่อโฆษณาทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นไวนิลแบนเนอร์ (Vinyl Banner) ป้ายโฆษณาชั่วคราว (Directional Signage) การให้บริการโฆษณาประเภทงานอีเว้นท์ (Event) และป้ายอื่นๆ (Accessories Media) ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ ผลิตชิ้นงาน จนถึงส่งมอบบริการ ทั้งสื่อโฆษณากลางแจ้ง (Outdoor) สื่อโฆษณาในร่ม (Indoor) และงานอีเว้นท์ โดยเน้นการสื่อสารที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด

ส่วนธุรกิจที่สอง เป็นธุรกิจขาย รับสร้าง และให้บริการเช่าสื่อโฆษณา ซึ่งเป็นการให้บริการต่อเนื่องจากธุรกิจผลิตสื่อโฆษณา รวมทั้งยังมีการให้บริการสื่อโฆษณาดิจิทัล เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่กลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถปรับเปลี่ยน Content การโฆษณาและช่วงเวลาในการนำเสนอได้ตามที่ลูกค้าต้องการ 




และธุรกิจที่สาม เป็นธุรกิจให้บริการสื่อโฆษณาออนไลน์ ที่มีการสร้างสรรค์ Content ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย สร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ผ่าน 4 แฟนเพจ (Fanpage) ของบริษัทฯ ได้แก่ inside2home, นักสืบอสังหา, ชีวิตติดรถไฟฟ้า และ Beauty Living รวมถึงแพลตฟอร์มยอดนิยม อย่าง IG และ TikTok รวมถึงเว็บไซต์ของบริษัทฯ นอกจากนี้ ยังให้บริการกลยุทธ์ด้าน Digital Marketing ทั้งการให้คำปรึกษา การวางแผนการตลาดออนไลน์ และการซื้อสื่อโฆษณาออนไลน์ ให้ตอบโจทย์กับกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด รวมทั้ง ยังมีบริการผลิต ออกแบบภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวตามโจทย์ที่ได้รับจากลูกค้า 

ขณะที่ผลดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปี (ปี 2563-65) บริษัทฯ สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิ ได้ไม่ต่ำกว่า 33% และ 20% แม้จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด โดยมีรายได้ 360.94 ล้านบาท, 343.04 ล้านบาท และ 434.83 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 92.36 ล้านบาท, 81.67 ล้านบาท และ 88.40 ล้านบาท ตามลำดับ โดยรายได้หลักมาจากการผลิตสื่อโฆษณาเกินกว่า 60% รองลงไปเป็นรายได้จากการขาย รับสร้าง และให้บริการเช่าสื่อโฆษณา ที่ทำได้ไม่ต่ำกว่า 31%  

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้