3738 จำนวนผู้เข้าชม |
การปรับฐานของตลาดหุ้นตลอดช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ทำให้หุ้นหลายกลุ่มราคาปรับฐานลงมาถึงระดับที่เริ่มน่าสนใจ แต่สำหรับหุ้นกลุ่มค้าวัสดุก่อสร้าง กลับเป็นหุ้นกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบน้อย เพราะราคาหุ้นแกว่งในกรอบแคบๆ อย่างต่อเนื่อง สังเกตได้จากเมื่อระดับราคาหุ้นอ่อนตัวถึงระดับหนึ่ง มักมีแรงซื้อกลับเข้ามาเสมอๆ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากหุ้นกลุ่มนี้พึ่งพิงการบริโภคในประเทศเป็นหลัก จนอาจเรียกได้ว่า เป็นหุ้นที่่ช่วยลดความเสี่ยงยามตลาดหุ้นไทยไม่มีกระแสเงินทุน (Fundflow) ไหลเข้าได้ และยังคาดหวังการฟื้นตัวของผลดำเนินงานในครึ่งปีหลังได้ เพราะแนวโน้มผลดำเนินงานไตรมาส 2 มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นจากไตรมาสแรก
สำหรับประเด็นการลงทุนรายตัว สามารถพิจารณาได้จากบทสรุปของฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์กสิกรไทย (KS) ที่ให้ไอเดียอย่างน่าสนใจ
HMPRO : คาดปีนี้ฟื้นตัว
บทสรุปผลดำเนินงานไตรมาสแรก กำไรสุทธิอยู่ที่ 1.61 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 6.6% YoY แต่ลดลง 2.5% QoQ) จากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลง YoY แต่เพิ่มขึ้น QoQ สอดคล้องกับที่ฝ่ายวิจัยฯ และตลาดคาดไว้ ขณะที่ยอดขายไตรมาสแรก อยู่ที่ 1.72 หมื่นล้านบาท ลดลง 7.3% YoY จากอัตราเติบโตเฉลี่ยของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ยืนแดนบวก 5.8% สำหรับโฮมโปร และ 8.0% สำหรับโฮมโปรมาเลเซีย แต่ติดลบ 0.3% สำหรับ Megahome จากยอดขายวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้นตามฤดูกาล
สำหรับ SSSG เดือนเมษายนยังยืนบวก 6-7% สำหรับโฮมโปร แต่เริ่มลดลงสำหรับโฮมโปรมาเลเซีย เหลือ 5-7% และติดลบเพิ่มเป็น 1-3% สำหรับ Megahome
คาดโมเมนตัมกำไรสดใสขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 จากการเติบโตของยอดขายที่เพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ และอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัว YoY แต่ทรงตัว QoQ เพราะการทำโปรโมชั่นน้อยลง การปรับราคา และการชะลอตัวของต้นทุน
คงแนะนำ "ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายที่ 17.30 บาท อิง PER ปีหน้าที่ 29.9 เท่า เทียบเท่าค่าเฉลี่ย PER ล่วงหน้าในอดีต
GLOBAL : กำไรไตรมาสแรกเป็นไปตามคาด
บทสรุปผลดำเนินงานไตรมาสแรก กำไรสุทธิอยู่ที่ 883 ล้านบาท (ลดลง 23.7% YoY แต่เพิ่มขึ้น 76% QoQ) จากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลง YoY แต่เพิ่มขึ้น QoQ สอดคล้องกับที่ฝ่ายวิจัยฯ และตลาดคาดไว้ ขณะที่ยอดขายไตรมาสแรก อยู่ที่ 8.9 พันล้านบาท ลดลง 7.3% YoY จาก SSSG ที่ติดลบ 8.7% แต่เพิ่มขึ้น 8% QoQ จากยอดขายวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้นตามฤดูกาล
สำหรับ SSSG เดือนเมษายน แม้จะยังติดลบราว 7% จากฐานที่สูงของราคาเหล็กปีที่แล้ว แต่ภาพรวมถือว่าดีขึ้น
คาดกำไรไตรมาส 2 จะอ่อนตัว YoY จากการเติบโตของยอดขายที่ลดลง แต่ทรงตัว QoQ จากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น QoQ ตามการปรับราคาขายสินค้าสินค้าแบรนด์ของบริษัทฯ และยอดขายที่มากขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่ 1 แห่งในไตรมาสแรก
คงแนะนำ "ซื้อ" โดยมีราคาเป้าหมายที่ 21.40 บาท อิง PER ปีนี้ที่ 27.7 เท่า เทียบเท่า 0.5SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PER ล่วงหน้าในอดีต
DOHOME : กำไรไตรมาสแรกดีกว่าคาดเล็กน้อย
บทสรุปผลดำเนินงานไตรมาสแรก กำไรปกติอยู่ที่ 258 ล้านบาท (ลดลง 43.8% YoY แต่เพิ่มขึ้น 995% QoQ) สูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัยฯ 10% และสูงกว่าตลาดคาด 7% ขณะที่่ยอดขายไตรมาสแรก อยู่ที่ 8.5 พันล้านบาท เติบโต 1.7% YoY จากการเปิด 5 สาขาใหม่ แม้ว่า SSSG จะติดลบ 9.0% จากราคาเหล็กที่ลดลง แต่เพิ่มขึ้น 10.7% QoQ โดย SSSG ล่าสุดติดลบน้อยลง เหลือ 4 - 6%
คาดกำไรไตรมาส 2 จะทรงตัว QoQ จากการเติบโตของยอดขายที่ลดลง QoQ และอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง QoQ
คงแนะนำ "ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายที่ 15.70 บาท อิง PER ปีหน้าที่ 24.8 เท่า เทียบเท่า 0.5SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PER ล่วงหน้าในอดีต