3747 จำนวนผู้เข้าชม |
บมจ. ชโย กรุ๊ป (CHAYO) ประกาศผลดำเนินงานไตรมาสแรกสร้างสถิติสูงสุดใหม่รายไตรมาส ด้วยกำไรสุทธิ 118.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.20% จากไตรมาสแรกปีก่อน ตามรายได้ที่ขยายตัว 66.68% มาอยู่ที่ 369.63 ล้านบาท สาเหตุจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ย ทั้งจากเงินให้สินเชื่อแก่หนี้ด้อยคุณภาพที่เติบโตถึง 57% สร้างรายได้จำนวน 316.93 ล้านบาท และการเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืม 65.95% สร้างรายได้จำนวน 21.39 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีรายได้เพิ่มเติมจากธุรกิจใหม่ จัดหาแรงงานป้อนโรงงาน 22.50 ล้านบาท ที่มาแทนธุรกิจช้อปปิ้ง ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีที่ลดน้อยลง และต้นทุนการซื้อหนี้เสียที่ไม่สูงมากเท่าไร ยังช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มจาก 76.4% ในไตรมาสแรกปีก่อน ขึ้นมาเป็น 79.5%
โอกาสนี้ นายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CHAYO ได้ออกมาเปิดเผยภาพธุรกิจช่วงที่เหลือของปีนี้ด้วยว่า มั่นใจว่าจะมีการเติบโตของรายได้ไม่ต่ำกว่า 25% ตามเป้าหมายที่วางไว้ เพราะบริษัทฯ พร้อมเข้าประมูล รวมถึงเจรจาซื้อหนี้จากสถาบันการเงินเข้ามาบริหารเพิ่มราว 10,000-16,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้พอร์ตรวมแตะ 100,000 ล้านบาท โดยเตรียมงบลงทุนสำหรับการซื้อหนี้ทั้งปีที่ 1,500-2,000 ล้านบาท ไม่นับรวมโอกาสจากการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับสถาบันการเงิน ตามนโยบายของ ธปท. โดยแหล่งเงินทุนจะมาจากการออกหุ้นกู้ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา วงเงินกว่า 1,000 ล้านบาท และอีกราว 1,000 ล้านบาท เป็นเงินจาก Chayo JV
สำหรับไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ซื้อหนี้เพิ่มเข้ามาแล้ว 2,773 ล้านบาท ด้วยเงินลงทุนประมาณ 77 ล้านบาท ส่งผลให้พอร์ตหนี้คงค้างสิ้นไตรมาสแรก อยู่ที่ 85,853 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้มีหลักประกันจำนวน 20,651 ล้านบาท หรือ 24.05% และหนี้ไม่มีหลักประกันจำนวน 65,202 ล้านบาทหรือ 79.95%
ส่วนธุรกิจบริการเร่งรัดติดตามหนี้สิน และ Callcenter บริษัทฯ ตั้งเป้าเติบโต 10-15% ขณะที่ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ ตั้งเป้าการเติบโต 100% จากการปล่อยสินเชื่อปีนี้ 600-800 ล้านบาท เพื่อให้พอร์ตสินเชื่อพุ่งเกินกว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมกับควบคุมหนี้เสียทั้งปีไม่ให้สูงเกินกว่า 1%
กำไรไตรมาสแรกที่ดีกว่าตลาดคาด และยังสร้างสถิติ New High รายไตรมาสได้อีก ทำให้แผนงาน และเป้าหมายที่ผู้บริหาร CHAYO ตั้งไว้ข้างต้น ได้รับการขานรับจากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์หลายสำนักว่า มีโอกาสเห็นผลดำเนินงานปีนี้เติบโตทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) รอบใหม่ ยิ่งราคาหุ้นล่าสุดปรับฐานค่อนข้างมาก ทำให้สามารถหา capital gain ได้สูงเกิน 30% การมีหุ้นติดพอร์ตน่าจะให้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า
กสิกรไทย (KS) บอกว่า กำไรไตรมาสแรกคิดเป็น 23% ของประมาณการทั้งปีที่คาดไว้ 451 ล้านบาท ซึ่งนับรวมกำไรที่เกิดจากการขาย NPA ราว 200 ล้านบาทแล้ว ส่วนแนวโน้มกำไรไตรมาส 2 เชื่อว่าจะเห็นกำไรเติบโตทุบสถิติในไตรมาสแรกได้ จากแรงหนุนของการจัดเก็บเงินสดในพอร์ตสินเชื่อด้อยคุณภาพชนิดไม่มีหลักประกันอย่างแข็งแกร่ง ผลักดันให้บริษัทฯ มีรายได้สูงขึ้น และมีผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลง ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรให้สูงขึ้น เนื่องจากค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นแบบกึ่งคงที่ จึงแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเหมาะสมปีนี้ที่ 10.10 บาท
เช่นเดียวกับหยวนต้า (YUANTA) และทรีนีตี้ (TNITY) ที่แนะนำ “ซื้อ” เหมือนกัน จากการที่ราคาหุ้นมี Upside เกิน 30% จากมูลค่าพื้นฐานที่ทั้ง 2 ค่ายให้ไว้ที่ 10.50 บาท และ 11.70 บาท ตามลำดับ เพราะเชื่อมั่นว่าจะเห็น CHAYO โชว์กำไรเติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อนในทุกไตรมาส หนุนโดยการรับรู้กำไรจากขายที่ดินแปลงใหญ่ ที่เป็น NPA เข้ามา 200-240 ล้านบาท ภายในไตรมาส 3 นี้ เมื่อศาลพิพากษาไม่อนุญาตให้ผู้ร้องอุธรณ์ ยกคำร้อง และไม่รับคำอุธรณ์ของผู้ร้อง ทำให้ปัญหาการฟ้องร้องที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปลายปีก่อนได้ข้อยุติ ขณะที่ผลดำเนินงานปกติ คาดจะเห็นรายได้ฟื้นตัวขึ้นเป็นลำดับ ตามรายได้ดอกเบี้ยจากกลุ่มลูกหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเร่งขยายพอร์ตสินเชื่อของ CHAYO Capital ทั้งในส่วนของสินเชื่อมีหลักประกัน และสินเชื่อไม่มีหลักประกัน หลังจากไตรมาสแรกที่ผ่านมาค่อนข้างชะลอตัว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะบริษัทฯ มีแผนจะนำบริษัทย่อยแห่งนี้เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วงครึ่งหลังปีหน้า นอกจากนี้ การทยอยซื้อหนี้เสียเพิ่มขึ้น ยังจะช่วยหนุนกำไรให้เติบโตต่อเนื่องไปอีก 2-3 ปีข้างหน้า