3640 จำนวนผู้เข้าชม |
ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์เอเซียพลัส (ASPS) และกสิกรไทย (KS) ระบุตรงกัน ยังไม่ใช่จังหวะเวลาลงทุนหุ้นกลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัย แม้ราคาหุ้นจะถูก อีกทั้งผลดำเนินงานไตรมาสแรกถือเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้
ASPS บอกว่า เมื่อตรวจสอบผลดำเนินงานไตรมาสแรกหุ้นกลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ทำบทวิเคราะห์ 15 บริษัท พบว่า หุ้นกลุ่มนี้ทำกำไรสุทธิได้ตามคาด โดยมีกำไรปกติที่ 8.57 พันล้านบาท เติบโต 11% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) หลักๆ มาจากรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งการให้บริการโรงแรม และรับบริหารโครงการร่วมลงทุน (JV) รวมถึงส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมดีขึ้น ช่วยชดเชยยอดโอนที่อ่อนตัวลง โดย SIRI มีกำไรโตเด่นสุด ส่วน AP มีกำไรสูงสุด ขณะที่ LH และ SPALI กำไรน่าผิดหวัง เพราะหดตัวทั้งจากไตรมาสแรกปีก่อน (YoY) และไตรมาสสุดท้ายปีก่อน (QoQ)
ขณะที่ KS ซึ่งมีการศึกษาหุ้น 12 บริษัท ชี้ว่า กำไรรวมต่ำกว่าที่คาดไว้ 2% เพราะการเพิ่มขึ้นของรายได้ มีอัตราเร่งต่ำกว่า การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทรงตัว อีกทั้งยังมีปัจจัยลบหลายประการกดดันให้ผลดำเนินงานอ่อนแอ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงมาตรการ LTV และค่าธรรมเนียมการโอนกรรม หรือการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดของสถาบันการเงิน ส่งผลให้มีการเปิดโครงการใหม่น้อย
สำหรับแนวโน้มผลดำเนินงานไตรมาส 2 ทั้ง 2 ค่าย คิดตรงกันว่า การมีวันหยุดยาวหลายโอกาส และแทบไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ตลอด 2 เดือนแรก ทำให้มีความเป็นไปได้สูงว่ายอดขายและกำไรของหุ้นกลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัยจะยังคงไม่น่าตื่นเต้นเมื่อเทียบกับทั้งปี แต่แผนทยอยเปิดโครงการใหม่จำนวนมาก ในระดับราคาและทำเลที่หลายหลาย รวมถึงการมีรายการพิเศษของผู้ประกอบการหลายราย ในครึ่งปีหลัง น่าจะช่วยดึงดูดความสนใจของนักลงทุนให้กลับมายังหุ้นกลุ่มที่อยู่อาศัยได้บ้าง แต่เป็นรายตัว
อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของกำลังซื้อ ที่ได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยขาขึ้น และกิจกรรมการส่งออกที่ชะลอตัว อีกทั้งแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่ไม่มากอย่างที่คาดไว้ ตลอดจนความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ รวมถึงสิ้นสุดฤดูกาลจ่ายเงินปันผลของหุ้นกลุ่มนี้ ทำให้ทั้ง 2 ค่าย มองภาพการลงทุนระยะสั้นยังไม่น่าสนใจ แต่ถือเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนเน้นคุณค่าที่ต้องการสร้างกำไรจากส่วนต่างราคา เมื่อปัจจจัยกดดันข้างต้นผ่อนคลายลง และแนวโน้มผลดำเนินงานครึ่งปีหลังที่สดใสขึ้น เพราะราคาหุ้นซื้อขายค่อนข้างต่ำ ที่ PER เพียง 5-6 เท่า
ซึ่งเมื่อคัดเลือกหุ้นน่าสนใจ KS เลือก AP, SIRI และ ORI เป็นหุ้นเด่น เพราะมีโอกาสถูกปรับเพิ่มประมาณการกำไรปีนี้ ส่วน SC, SPALI, LH และ BRI อาจรอจังหวะซื้อในช่วงปลายไตรมาส 3 ถึงต้นไตรมาส 4 เมื่อเข้าสู่ช่วงพรีเซลล์ และมีกำไรที่สูง เพราะราคาหุ้นตอบรับกับผลดำเนินงานไตรมาสแรกที่น่าผิดหวังไปแล้ว
ASPS เลือก AP, ORI และ SC เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม จากพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแรง สามารถคาดหวังกำไรไตรมาส 2 ดีขึ้นทั้ง YoY และ QoQ รวมถึงการมีแผนธุรกิจเชิงรุกผลักดันกำไรปกติปีนี้มีโอกาสทำ New High ต่อเนื่อง นำไปสู่การจ่ายเงินปันผลในอัตราสูงกว่า 6% โดยให้ราคาเป้าหมายปีนี้ของ AP ที่ 15.50 บาท ORI ที่ 13.15 บาท และ SC ที่ 5.10 บาท