3667 จำนวนผู้เข้าชม |
หลังจาก บมจ. เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) รายงานการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพแบบไม่มีหลักประกัน (Unsecured Loan) จากสถาบันการเงิน ครั้งล่าสุด มูลค่ากว่า 60,000 ล้านบาท ถือเป็นการซื้อหนี้มูลค่าสูงสุดครั้งประวัติศาสตร์ของบริษัทฯ ผลักดันให้พอร์ตบริหารหนี้ล่าสุด คิดรวมพอร์ตของบริษัทร่วมทุน JK AMC เพิ่มเป็น 440,000 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JMT ยังได้ชี้แจงเพิ่มเติมด้วยว่า บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าซื้อหนี้เพิ่มเติมอีก เพราะสถาบันการเงินมีแผนเปิดประมูลหนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งงบลงทุนซื้อหนี้ทั้งปีที่ 1.0–1.5 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมทั้งหนี้ที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน ทำให้เชื่อมั่นว่า แนวโน้มกำไรปีนี้น่าจะเติบโตจากปีก่อนไม่ต่ำกว่า 30% ตามการเติบโตของพอร์ตบริหารหนี้ และการจัดเก็บหนี้ให้อยู่ในระดับที่ดีอย่างต่อเนื่อง
การเติบโตของพอร์ตบริหารหนี้ ทำให้นักวิเคราะห์หลักทรัพย์บางสำนัก ประเมินแนวโน้มกำไรงวดไตรมาส 2 ของ JMT จะเติบโตขึ้น เทียบรายไตรมาส (QoQ) และเทียบรายปี (YoY) โดยการเติบโต QoQ จะมาจากพอร์ตลูกหนี้ รวม JK AMC ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น และความสามารถในการจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้น ส่วนการเติบโต YoY จะได้แรงหนุนจากพอร์ตลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้น และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก JK AMC มากขึ้น หลังเริ่มดำเนินธุรกิจในกลางปีนี้ อีกทั้งราคาหุ้น JMT ล่าสุดสะท้อนความ กังวลต่างๆ ไปมาก เพราะมีการปรับฐานลงกว่า 40% นับตั้งแต่ต้นปี
กรุงศรี พัฒนสิน (KCS) บอกว่า ถึงแม้บริษัทฯ จะไม่ได้เปิดเผยเงินลงทุนที่ใช้ซื้อหนี้ แต่หากอิงสมมติฐานเงินลงทุนที่ 10-15% ของมูลหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน คาดว่าเงินลงทุนจะอยู่ที่ 6 - 9 พันล้านบาท ซึ่งหากรวมกับเงินลงทุนในไตรมาสแรกเฉียด 1.4 พันล้านบาท ทำให้มีโอกาสทะลุเป้าลงทุนทั้งปีที่ตั้งไว้ 1.0 - 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะหนุนให้รายได้และการจัดเก็บหนี้ในครึ่งปีหลังเติบโตโดดเด่น เพราะการจัดเก็บหนี้ก้อนใหม่ตามปกติจะใช้เวลา 1-2 ไตรมาส
เบื้องต้น ค่าย KCS ประเมินกำไรทั้งปีเติบโตจากปีก่อน 22% เป็น 2,135 ล้านบาท ตามความสามารถในจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งจะหนุนให้ส่วนแบ่งกำไรจาก JK AMC เพิ่มขึ้นตามไปด้วย และการลงทุนเชิงรุกสร้างการเติบโตของพอร์ตบริหารหนี้ คิดเป็นมูลค่าเหมาะสมที่ 56 บาท อิง PER ที่ 38 เท่า เทียบเท่าระดับปี 2563–64 ซึ่งเป็นช่วงที่ JMT มี EPS growth ระดับต่ำจาก Dilution พร้อมแนะนำ "ซื้อ” เพราะราคาหุ้นล่าสุดซื้อขายบน P/BV ที่ 2.4 เท่า เทียบเท่า -1.5 S.D. จากค่าเฉลี่ย 5 ปี ทำให้ upside เปิดกว้าง
ด้านเอเซีย พลัส (ASPS) ชี้ว่า จากสถิติ 5 ปีย้อนหลัง (ปี 2561–65) JMT มักทำกำไรในครึ่งปีหลังได้ดีกว่าครึ่งปีแรก ตามรายได้ของลูกหนี้ที่ดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ และรายได้จากการจัดเก็บหนี้ที่เพิ่มขึ้นตามพอร์ตบริหารหนี้ ซึ่งสถาบันการเงินมักขายหนี้ออกมาเพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลัง อีกทั้งค่าใช้จ่ายจากการตัดมูลค่าเงินลงทุนในหนี้ด้อยคุณภาพเริ่มทยอยหมดลง ทำให้ประมาณการกำไรสุทธิ 2 ปีนี้ที่ 2.0 พันล้านบาท และ 2.5 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโต 17% และ 20% ตามลำดับ และคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 46 บาท อิง P/BV ที่ 2.3 เท่า คำนวณตามวิธี GGM