TRP ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 90 ล้านหุ้น หวังขึ้นแท่นผู้นำโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าของประเทศ

4098 จำนวนผู้เข้าชม  | 

TRP ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 90 ล้านหุ้น หวังขึ้นแท่นผู้นำโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าของประเทศ


นายเอกจักร บัวหภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บมจ. เอสเตติก คอนเนค (TRP) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ของบริษัทฯ เพื่อประกอบการยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไป (IPO) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว โดยบริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 90 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 25.71% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท และเข้าจดทะเบียนในตลาด เอ็มเอไอ (mai) หมวดธุรกิจบริการ (SERVICE)

 

 


สำหรับ TRP เป็นผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาลด้านคลินิกเวชกรรม ภายใต้ชื่อ "ธีรพรคลินิก" ที่ให้บริการศัลยกรรมความงามบนใบหน้าแก่บุคคลทั่วไป ก่อตั้งโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ชลธิศ สินรัชตานันท์ อดีตนายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าประเทศไทย ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ยาวนานกว่า 40 ปี พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มากประสบการณ์ เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในแวดวงศัลยกรรม มีเครื่องมือแพทย์ครบครัน ทันสมัย มาตรฐานระดับสากล โดยมีลักษณะการทำธุรกิจเน้นให้บริการ 3 ด้านหลัก

ประการแรก การให้บริการหัตถการเกี่ยวกับผ่าตัด ได้แก่ ศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้าด้วยนวัตกรรม Face-Lock เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ บนใบหน้า ศัลยกรรมตาสองชั้นด้วยเทคนิค Eye-Lock ที่เป็นเทคนิคเฉพาะที่คิดค้นโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ชลธิศ และทีมแพทย์ธีรพรคลินิก จนได้รับเชิญให้ไปสอนและบรรยายทางวิชาการทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงศัลยกรรมผ่าตัดจมูก และศัลยกรรมอื่นๆ บนใบหน้า

ประการที่สอง การให้บริการยาระงับความรู้สึกทางหลอดเลือดดำ โดยวิสัญญีแพทย์ที่มีความชำนาญ และประการสุดท้าย การให้บริการที่ไม่เกี่ยวกับการผ่าตัด เช่น การฉีด Botox การฉีด Filler การใช้อุปกรณ์ยิงคลื่นความถี่เพื่อกระชับผิว การให้วิตามินหน้าใส และการให้บริการผิวพรรณอื่นๆ  เช่น การอบแสง LED  การฉีดเมโสแฟต และการร้อยไหม

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ชลธิศ สินรัชตานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TRP ชี้แจงว่า การเข้าระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดศักยภาพธุรกิจให้ขับเคลื่อนอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน พร้อมก้าวสู่การพัฒนาเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าของประเทศไทย ที่เพียบพร้อมด้วยทีมแพทย์ที่ให้คำปรึกษาและบริการ เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยมาตรฐานระดับสากล และสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านศัลยกรรมความงามบนใบหน้าให้กับบุคลาการทางการแพทย์  เพื่อพัฒนาต่อยอดศักยภาพด้านการแพทย์ในระดับสากล และจัดตั้งโรงพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะใบหน้าแห่งแรกในประเทศไทย เพราะบริษัทฯ มีแผนนำเงินที่ได้ไปใช้ลงทุนขยายกิจการในโครงการต่างๆ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการเติบโตอย่างมั่นคง พิสูจน์ได้จากผลดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา มีการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง  

 



โดยผลดำเนินงาน 3 ปีย้อนหลัง (ปี 2563-65) บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการเพิ่มจาก 221.56 ล้านบาท เป็น 427.64 ล้านบาท และ 853.64 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิเติบโตจาก 37.15 ล้านบาท เพิ่มเป็น 112.68 ล้านบาท และ270.27 ล้านบาท ตามลำดับ เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดคลี่คลาย รวมถึงทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์อย่างจริงจังในช่วงวิกฤติโควิด เพื่อผู้ใช้บริการได้ศึกษาข้อมูลและทำให้บริษัทฯ เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับทีมแพทย์และพนักงานของบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการทุกระดับอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มีผู้มาใช้บริการมากขึ้น

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้