3744 จำนวนผู้เข้าชม |
การเข้าซื้อขายวันแรกของ บมจ. ไทยพาร์เซิล (TPL) ในวันทำการสุดท้ายของไตรมา่ส 2 ปีนี้ ไม่สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนที่ได้หุ้นจอง และนักเก็งกำไรรายวัน เมื่อราคาหุ้นยืนเหนือจองอย่างแข็งแกร่งตลอดภาคเช้า โดยหลังจากเปิดตลาดที่ 5.90 บาท สูงกว่าราคาจองที่ 3.30 บาท คิดเป็นผลตอบแทน 78.79% มีแรงขายกระจายตัวออกมาเป็นระยะๆ กดราคาให้ปรับตัวลงเล็กน้อยก่อนจะมีแรงซื้อหนุนราคาไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ กระทั่งแตะจุดสูงสุดที่ 7.25 บาท ให้ผลตอบแทน 119.69% เริ่มมีแรงขายทำกำไรกดราคาหุ้นอ่อนตัวลง และปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 6.90 บาท เกินจอง 109.09% ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นถึง 1,710 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ก่อนเปิดตลาดภาคบ่าย ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ออกมาเตือนให้นักลงทุนระมัดระวังการลงทุนหุ้น TPL ให้มาก เพราะพบว่าสภาพการซื้อขายภาคเช้ามีการเก็งกำไรสูง โดยให้ข้อมูลว่า พบการซื้อและขายกระจุกตัวในกลุ่มบุคคลเดิมในสัดส่วนเกือบ 70% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด และยังพบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ส่งคำสั่งเสนอซื้อและเสนอขายในปริมาณมากหลายระดับราคาเช่นกัน ส่งผลให้ราคาหุ้นทะยานตัวจนมี P/E สูงถึง 138 เท่า ก็ทำให้แรงซื้อเก็งกำไรเหือดหายลงไป ทำให้เมื่อเผชิญแรงขายที่กระจายตัวออกมาเรื่อยๆ ราคาหุ้นค่อยๆ ทรุดตัวลงเป็นลำดับ กระทั่งหลุด 4 บาท ก่อนตลาดปิดทำการราว 1 ชั่วโมง หลังจากนั้น ราคาทรุดตัวต่ำจองในที่สุด โดยดิ่งตัวทำจุดต่ำสุดในรอบวันที่ 2.06 บาท ก่อนมีแรงซื้อหนุนราคาปิดขึ้นมายืนที่ 2.22 บาท ต่ำกว่าราคาจอง 32.72% ด้วยปริมาณการซื้อขายเกือบ 3,002 ล้านบาท แต่บางเบาลงจากภาคเช้า
นอกจากนี้ การทรุดตัวของราคาหุ้นภาคบ่ายส่วนหนึ่งยังเกิดจากมีข่าวลือแพร่สะพัดตามห้องค้าว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ทั้ง บมจ. อควา คอร์เปอเรชั่น (AQUQ) นายสุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. คอมเซเว่น (COM7) และนายแพทย์พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี น่าจะเทขายหุ้นออกมา
สำหรับการซื้อขายใน 2- 3 วันทำการถัดมา ราคาหุ้น TPL เริ่มฟื้นตัวได้บ้าง เมื่อนายภัทรลาภ ทวีวงศ์ ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TPL ออกมายืนยันว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้ง 3 รายข้างต้น ยังถือหุ้นครบทั้ งจำนวนที่มีตั้งแต่เข้ามาลงทุนในช่วงที่บริษัทฯ ขยายการลงทุนช่วงปี 2564-65 และไม่ได้มีการเทขายหุ้นออกมาแต่อย่างใด พร้อมกับยืนยันด้วยว่า ผ้ถือหุ้นใหญ่ทุกรายไม่ได้รับจัดสรรหุ้น IPO อีกด้วย กระนั้น ราคาหุ้นยังไม่เฉียดใกล้ราคาจองที่ 3.30 บาท เพราะราคาหุ้นไม่อาจพุ่งเกิน 2.60 บาท ได้เลย

พร้อมกันนี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TPL ได้ย้ำด้วยว่า พร้อมเดินหน้าลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนศูนย์คัดแยกและกระจายสินค้าระดับภูมิภาค (Regional Hub) ที่นครสวรรค์ นครราชสีมา สุราษฎร์ธานี และการลงทุนศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center) ในกรุงเทพฯ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดแยกและกระจายสินค้า โดยตั้งเป้าหมายจะเพิ่มศักยภาพการจัดส่งสินค้าให้ได้จากเดือนละ 3.5-3.6 แสนชิ้น เป็นเดือนละ 1 ล้านชิ้น หรือเติบโตเป็นเท่าตัวภายใน 3 ปีนี้
รวมถึงการลงทุนกองยานพาหนะที่เป็นรถขนส่ง EV ทั้ง 6 ล้อและ 4 ล้อ ตลอดจนสร้างสถานีชาร์จรองรับการขนส่งสินค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครและภาคกลาง ซึ่งคาดว่าจะสามารถลดต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงได้กว่า 50% ช่วยผลักดันให้รายได้และกำไรเพิ่มขึ้น เฉพาะปีนี้ น่าจะเห็นรายได้เติบโต 15-20% ตามแผนที่วางไว้ ก่อนเดินหน้าสู่การเติบโตแบบ High Growth อย่างที่บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายไว้