4091 จำนวนผู้เข้าชม |
นายสิริวัฒน์ ธนุรเวท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. สิริซอฟต์ (SRS) เปิดเผยว่า การที่กระแส Digital Disruption ทำให้ธุรกิจต้องปรับตัวให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น กระตุ้นให้ความต้องการซอฟต์แวร์ หรือบริการดูแลระบบที่เป็น High Code มีสูง สวนทางผู้ให้บริการในตลาดที่ยังมีจำนวนไม่มากพอ ทำให้บริษัทฯ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้าน High Code ได้รับเลือกให้เข้ามาช่วยพัฒนาโปรแกรมให้ตอบโจทย์ความต้องการของทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารและการเงิน ค้าปลีก ผลักดันให้ผลดำเนินงาน 3 ปีล่าสุด (2563-65) มีการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) สูงถึง 137.63% และถึงเวลาที่จะต้องขยายธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ทำให้บริษัทฯ มีแผนเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai)
ในเบื้องต้น บริษัทฯ มีแผนเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 40 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด โดยมีมูลค่าที่ตราไว้ (ราคาพาร์) หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อนำเงินทุนที่ได้มาใช้สรรหาและพัฒนาบุคลากร ขยายพื้นที่สำนักงาน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ รวมไปถึงนำไปใช้พัฒนาและปรับปรุงซอฟต์แวร์สำหรับใช้งานภายในองค์กร และกันไว้เป็นเงินทุนหมุนเวียนรองรับการขยายธุรกิจ เพิ่มโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดด
ทั้งนี้ SRS ทำธุรกิจให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยใช้ DevOps Culture เป็นแนวคิด และให้บริการออกแบบพัฒนาซอฟต์แวร์ผ่านสถาปัตยกรรมแบบ Microservices ในการพัฒนา เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว โดยให้บริการลูกค้าตั้งแต่เริ่มเข้าไปช่วยวาง Framework ร่วมอบรมกับทีมพัฒนาของลูกค้าเพื่อพัฒนาทีมให้เป็น DevOps พร้อมเปิดทางเลือกให้ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะพัฒนาเอง หรือจะให้บริษัทฯ พัฒนาให้ หรือร่วมพัฒนาด้วยกัน

สำหรับ DevOps คือการผสานการทำงานแบบไร้รอยต่อระหว่างทีม Dev (Software Development Team) เพื่อมุ่งพัฒนาแอปพลิเคชันให้ตอบสนองต่อธุรกิจ โดยใช้มุมมองของธุรกิจเป็นตัวตั้ง แล้วทำการออกแบบซอฟต์แวร์ให้ทันความต้องการที่รวดเร็วของตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ มีความเสถียร มีโอกาสผิดพลาดน้อยที่สุด และสามารถเข้าถึงปัญหาได้เร็วที่สุด ในกรณีที่เกิดความผิดพลาด ตามมาตรฐานของทีม Ops (IT Operations Team) รวมถึงตรวจสอบเรื่องความปลอดภัย เพื่อส่งมอบงานให้กับลูกค้าได้อย่างถูกต้อง ทันเวลา
ขณะที่ Microservices เป็นสถาปัตยกรรมในการออกแบบซอฟต์แวร์ ที่เน้นแบ่งการทำงานเป็นส่วนย่อยๆ ตามลักษณะของธุรกิจแล้วค่อยนำมาผสานรวมกัน เพื่อให้ง่ายต่อการพัฒนา (Development) การนำไปใช้ (Deployment) และการดูแล (Maintenance) คล้ายจิ๊กซอว์ที่ประกอบกันเป็นรูปภาพที่สมบูรณ์เต็มระบบ ซึ่งสถาปัตยกรรมแบบนี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับเปลี่ยนได้ทันการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรือหากต้องการพัฒนา Feature & Function ใหม่ของโปรแกรมด้วยภาษาอื่น ก็สามารถใช้ภาษาที่แตกต่างกันในการเขียน Microservices ได้
สำหรับสัดส่วนรายได้ล่าสุด แบ่งตามลักษณะการให้บริการได้เป็น 2 ประเภท คือ รายได้จากการให้บริการ และรายได้จากการขาย ในสัดส่วน 62.5 % และ 37.2 % ตามลำดับ