GLOBAL ระยะสั้น trading ได้ bottom out ไตรมาสสาม Valuation ไม่แพง

4174 จำนวนผู้เข้าชม  | 

GLOBAL ระยะสั้น trading ได้ bottom out ไตรมาสสาม Valuation ไม่แพง


หลังจาก บมจ. สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) ประกาศผลดำเนินงานไตรมาส 2 ปีนี้  มีกำไรสุทธิ 703 ล้านบาท ลดลง 20.3% จากไตรมาสแรก (QoQ) และลดลง 31.6% จากไตรมาส 2 ปีก่อน (YoY) ต่ำกว่าที่ตลาดคาด 13% เพราะถูกกดดันจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวลง ส่งผลให้ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ลดลง 9.5% และมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้น ขณะที่สวนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงจากผลกระทบของค่าเงินบาท

ทั้งนี้ กำไรสุทธิที่ลดลง QoQ เกิดจากปัจจัยฤดูกาล ส่วนกำไรสุทธิที่ลดลง YoY เกิดจากยอดขายที่ลดลง จากราคาเหล็กที่อ่อนแอ และยอดขายที่ลดลงทั้งในสินค้ากลุ่มเหล็ก และสินค้าที่ไม่ใช่กลุ่มเหล็ก ตามกําลังซื้อที่ชะลอตัว ขณะที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อยอดขายสูงขึ้น หลักๆ เกิดจากค่าใช้จ่ายทางการตลาด การเปิดสาขาใหม่ 3 แห่ง และต้นทุนค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น กดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง จาก 26.4% ในไตรมาส 2 ปีก่อน มาเป็น 25.4% แต่ดีขึ้นกว่าไตรมาสแรกที่ทำได้ 25.0%

ขณะเดียวกัน นายวิทูร สุริยวนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GLOBAL ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า ได้มีการวางแผนรับมือการชะลอตัวของกำลังซื้อไว้ล่วงหน้าแล้ว ด้วยการบริหารสต๊อกสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเหล็ก ซึ่งมีสัดส่วนยอดขายสูงถึง 15% ของยอดขายรวม และเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้าเฮ้าส์แบรด์ ควบคู่ไปกับการขยายฐานรายได้จากการเปิดสาขาใหม่ในประเทศ 4 แห่ง ทยอยเปิดเดือนละสาขาไล่จากเดือนกันยายนเป็นต้นไป และเปิดสาขา 2 ที่พระตะบอง ในกัมพูชา ช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเชื่อว่า จะช่วยให้สามารถบริหารอัตรากำไรขั้นต้นทั้งปีให้อยู่ในระดับ 24.5 – 25.5%  




และเพื่อรองรับแผนขยายธุรกิจในระยะกลางถึงยาว ด้วยการขยายสาขาในประเทศเพิ่มเป็น 101 สาขา ใน 2 ปีข้างหน้า รวมถึงการขยายตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะมีการลงทุนใหม่ในฟิลิปปินส์เร็วๆ นี้ นอกเหนือจากการร่วมลงทุนใน สปป. ลาว เมียนมาร์ อินโดนีเซีย กัมพูชา บริษัทฯ มีการดูแลกระแสเงินสดอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมสัดส่วนหนี้ต่อทุน และรักษาความสามารถในการจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้ดีที่สุด

ซึ่งเมื่อประเมินภาพธุรกิจครึ่งปีหลัง นักวิเคราะห์แทบทุกสำนัก คาดว่ากำไรไตรมาส 3 จะเป็นจุดตํ่าสุดของปีนี้ โดยลดลง YoY จากยอดขายและอัตรากำไรที่ลดลง ก่อนจะฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 4 เป็นต้นไป เพราะอัตรากำไรไม่ถูกกดดันจากฐานราคาเหล็กที่สูงเหมือนในครึ่งปีแรก ประกอบกับบริษัทฯ มีการเพิ่มสัดส่วนสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้น ขณะที่รายได้มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่อีก 5 แห่ง (4 แห่งในไทย และสาขาใหม่ที่กัมพูชา) ทำให้ในเชิง Valuation ราคาหุ้นไม่แพง

ที่สำคัญ ตลาดมีการปรับลดประมาณการกำไร และราคาเป้าหมายปีนี้และปีหน้าของ GLOBAL ลงมากันหมดแล้ว อย่างอินโนเวสท์เอกซ์ (InnovestX) ปรับประมาณการกำไรปกติปีนี้ลงมาที่ 2,848 ล้านบาท และปีหน้าที่ 3,174 ล้านบาท ทำให้ราคาเป้าหมายใหม่อยู่ที่ 18.50 บาท ส่วนหยวนต้า (YUANTA) ปรับประมาณการกำไรปกติทั้งปีลงมาที่ 2,926 ล้านบาท และปีหน้าที่ 3,264 ล้านบาท โดยให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 17.20 บาท ขณะที่บัวหลวง (BLS) แม้จะคงประมาณการกำไรปกติปีนี้ และปีหน้าที่ 2,956 ล้านบาท และ 3,291 ล้านบาท แต่ปรับลดราคาเป้าหมายลงมาเป็น 19 บาท จึงแนะนำ TRADING สำหรับการลงทุนระยะสั้น

สำหรับการลงทุนระยะยาว ธนชาต (TNS) ชี้แจงว่า กําไรที่ลดลงปีนี้เป็นเพียงการสะดุดช่วงสั้น เพราะ GLOBAL อยู่ในช่วงกลางของรอบการเติบโต ทั้งจากการเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ขึ้นเป็น 30% และการขยายสาขาเพิ่มเป็นสองเท่า โดยตั้งเป้าเปิดสาขาที่มีศักยภาพใน 100 เขตจังหวัดรอง ซึ่งปัจจุบันเปิดไปเพียง 30 แห่ง รวมถึงขยายฐานต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ช่วยผลักดันให้สามารถเติบโตได้โดดเด่นกว่ากลุ่ม จากการมีตลาดครอบคลุม 6 ประเทศในอาเซียน ยิ่งราคาหุ้นล่าสุด ซื้อขายที่ P/E ปีนี้ที่ 24.6 เท่า ตํ่ากว่าค่าเฉลี่ยของหุ้นค้าปลีกรายใหญ่ 6 ราย ซึ่งซื้อขายกันที่ 29.3 เท่า จึงแนะนำซื้อ โดยให้ราคาเป้าหมายปีหน้าที่ 22 บาท



Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้