4895 จำนวนผู้เข้าชม |
หลังจาก บมจ. เอ็กโซติค ฟู้ด (XO) รายงานผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปีนี้ มีกำไรสุทธิ 212.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 124.49% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และเติบโต 120.63% จากไตรมาสแรก (QoQ) สาเหตุจากบริษัทฯ สามารถทำยอดขายเติบโต 57.36% YoY และ 55.43% QoQ ทำสถิติสูงสุดรายไตรมาส ที่ 616.26 ล้านบาท พร้อมกับผลักดันให้ผลดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปีนี้ มีกำไรสุทธิ 309.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.82% YoY ตามรายได้จากการขายที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,011.21 ล้านบาท ขยายตัว 36.77% YoY
นายจิตติพร จันทรัช กรรมการผู้จัดการ XO ชี้แจงว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นเกิดจากยอดขายสินค้ากลุ่มซอสปรุงรสและน้ำจิ้มต่างๆ ที่มียอดขายอยู่ที่ 89.3% ของยอดขายรวมเติบโตอย่างโดดเด่นในทุกตลาด ทั้งในทวีปยุโรป และการเจาะตลาดใหม่ทวีปอเมริกาเหนือ ทั้งแคนาดา อเมริกา และเม็กซิโก ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม จนมีสัดส่วนยอดขายสูงถึง 10.5% ของยอดขายทั้งหมด และทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตสูงเกิน 100% ช่วยให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง ประกอบกับบริษัทฯ สามารถปรับราคาขายสินค้าได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นทำสถิติสูงสุดตามไปด้วย โดยกำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 อยู่ที่ 48.24% และครึ่งปีแรกอยู่ที่ 46.72%
โอกาสนี้ บริษัทฯ เตรียมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ในอัตราหุ้นละ 0.358 บาท ซึ่งเป็นการจ่ายจากกำไรสุทธิส่วนที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 31 สิงหาคมนี้ ก่อนจ่ายเงินในวันที่ 14 กันยายนตามมา
สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 3 มีความเป็นไปได้ว่าจะเห็นการเติบโตทำสถิติสูงสุดใหม่ได้อีก เพราะคำสั่งซื้อในตลาดอเมริกาเหนือมีการเร่งตัวสูงขึ้นจากไตรมาส 2 ขณะที่ลูกค้าหลักในตลาดยุโรป ซึ่งมีสัดส่วนยอดขายกว่า 75% ส่งคำสั่งซื้อใกล้เคียงกับไตรมาส 2 ทำให้การใช้กำลังการผลิตยังสูงเกิน 100% ต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังสามารถควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ หลัก ทั้งพริก กระเทียม น้ำตาล ที่ปรับตัวขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถผลักราคาขายสำหรับลูกค้าบางกลุ่มได้ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มยืนระดับสูงต่อเนื่องจากไตรมาส 2 ทำให้มั่นใจว่า ผลดำเนินงานปีนี้จะเติบโตทำสถิติสูงสุดตลอดกาล (All Time High) ได้แน่นอน

ซึ่งนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เชื่อมั่นว่า ปีนี้จะเป็นปีที่ XO เติบโตทำสถิติสูงสุดได้เช่นกัน ส่งผลให้มีการปรับประมาณการกำไร และราคาเป้าหมาย ตามมา
อย่างกรุงศรี พัฒนสิน (KCS) ปรับเพิ่มกำไร 3 ปีนี้ (2566-68) ขึ้นเฉลี่ย 23% จากรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น พร้อมปรับเป้ารายได้ปีนี้และปีหน้าเพิ่มขึ้น 30% และ 20% ตามลำดับ ส่งผลให้ต้องปรับประมาณการกำไรปีนี้และปีหน้าตามไป เป็น 630 ล้านบาท (+85% YoY) และ 628 ล้านบาท (0%YoY เพราะเริ่มหมดสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI) คิดเป็นราคาเหมาะสมที่ 32.30 บาท อิง PER 22 เท่า เทียบเท่าค่าเฉลี่ย +1SD
ส่วนไพ (Pi) ปรับประมาณการรายได้ และกำไรปีนี้ขี้นจากปีก่อน 40% และ 76% มาอยู่ที่ 2,036 ล้านบาท และ 598 ล้านบาท ก่อนปรับประมาณการรายได้และกำไรปีหน้าเพิ่มขึ้น 12-14% เป็น 2,289 ล้านบาท และ 677 ล้านบาท จากการเติบโตในตลาดอเมริกา เมื่อผู้นำเข้าจาก XO รายหนึ่ง มีแผนขยายช่องทางจำหน่ายเข้าสู่ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ คิดเป็นราคาเป้าหมายที่ 30 บาท อิง PER ปีหน้าที่ 18.7 เท่า
แต่เนื่องจากราคาหุ้น XO ปรับขึ้นอย่างร้อนแรง ตอบรับข่าวดีไปค่อนข้างมากแล้ว ทำให้ upside เหลือจำกัด จึงแนะนำเพียง Trading Buy เมื่อราคาอ่อนตัว