4758 จำนวนผู้เข้าชม |
นายพัชระนนท์ ชีวเกรียงไกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ประเทศไทย (CGS-CIMBS) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น บมจ. สิริซอฟต์ (SRS) เปิดเผยว่า พร้อมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 40 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท ในราคาหุ้นละ 16 บาท ระหว่างว้นที่ 2 - 4 ตุลาคมนี้ ผ่านบริษัทฯ และผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 3 ราย คือ บมจ. หลักทรัพย์ เคจีไอ ประเทศไทย (KGI) บมจ. หลักทรัพย์ บียอนด์ (BYD) และบริษัทหลักทรัพย์ เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ (SBITO) ก่อนเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai) วันที่ 10 ตุลาคมนี้
ทั้งนี้ การกำหนดราคาขาย IPO ที่ 16 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E) ที่ 38.37 เท่า เมื่อคำนวณจากกำไรสุทธิต่อหุ้นของบริษัทฯ ช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด นับจากวันที่ 1 กรกฎาคมปีที่แล้ว ถึงวันที่ 30 มิถุนายนปีนี้ ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสม และมีส่วนลดเมื่อเทียบกับ P/E ของคู่เทียบทั้งในตลาดหลักทรัพย์ฯ และตลาด mai ช่วง 30 วันล่าสุด นับจากวันที่ 11 สิงหาคมถึงวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งมี P/E เฉลี่ยที่ 51.76 เท่า
ด้านนายสิริวัฒน์ ธนุรเวท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. สิริซอฟต์ (SRS) ชี้แจงว่า การเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาด mai ครั้งนี้ ถือเป็นการปลดล็อกข้อจำกัดต่างๆ ทั้งด้านการบริหารทีมนักพัฒนา แหล่งเงินทุน และการขยายตลาดเชิงรุก ซึ่งจะช่วยผลักดันให้บริษัทฯ มีศักยภาพการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเงินระดมทุนที่ได้ทั้งสิ้น 614.7 ล้านบาท หลังหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง จะนำไปใช้พัฒนาและปรับปรุงซอฟต์แวร์สำหรับใช้งานภายในองค์กร 20 ล้านบาท ใช้ในการสรรหาและพัฒนาบุคลากรในการพัฒนาระบบหรือซอฟต์แวร์ รวมถึงขยายพื้นที่สำนักงาน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น รวมกันทั้งหมด 280 ล้านบาท ที่เหลือ 314.7 ล้านบาท ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ
ทั้งนี้ บริษัทฯ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตด้วยซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพ และก้าวอย่างมั่นคงสู่การเป็นบริษัทผู้ให้บริการ Information Technology Services รายใหญ่ของประเทศไทย ที่มีแนวทางการทำงานแบบ DevOps (Development & Operations) ซึ่งเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง และเป็นหัวใจในการเติบโตมาตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ช่วยสร้างสรรค์และพัฒนาซอฟต์แวร์ดีๆ ให้แก่ประเทศ ขับเคลี่อนให้ธุรกิจของบริษัทฯ เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และมีความยั่งยืนในอนาคต

ขณะที่นางสาวเดือนพรรณ ลีลาวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพโอเนีย แอดไวเซอรี่ (Pioneer) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวทิ้งท้ายถึงความน่าสนใจของ SRS ว่า เป็นบริษัทที่มีศักยภาพ และมีความน่าสนใจในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ High Code ซึ่งมีความต้องการสูงในอุตสาหกรรมหรือความโดดเด่นในการนำเสนอซอฟต์แวร์ที่ดีให้แก่ลูกค้า สามารถส่งมอบงานได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ลูกค้าซึ่งมีแผนการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ จากจุดแข็งของ DevOps Culture และการให้บริการออกแบบพัฒนาซอฟต์แวร์โดยใช้สถาปัตยกรรมแบบ Microservices
พิสูจน์ให้เห็นจากผลดำเนินงานย้อนหลังช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2563-65) ซึ่งบริษัทฯ มีการเติบโตของรายได้เฉลี่ย (CAGR) สูงถึง 137.37% โดยรายได้จากการขายและบริการขยายตัวจาก 72.91 ล้านบาท มาเป็น 187.03 ล้านบาท และ 410.81 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มจาก 14.39 ล้านบาท มาที่ 25.47 ล้านบาท และ 68.69 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่ผลดำเนินงานครึ่งแรกปีนี้ บริษัทฯ มีรายได้รวม 306.24 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 47.34 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 35.46% และอัตรากำไรสุทธิ 15.47%
นอกจากนี้ แผนขยายทีมนักพัฒนา ยังทำให้ลูกค้าองค์กรที่ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ และให้ความสำคัญกับ Digital Transformation ให้ความไว้วางใจบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทฯ มีงานในมือ (Backlog) รอรับรู้รายได้สูงถึง 526 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ปีนี้สูงถึง 297 ล้านบาท ขณะที่สัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) สูงถึง 44% ตอกย้ำโอกาสการเติบโตที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม จากการพัฒนาขีดความสามารถให้เป็นหนึ่งในผู้นำขับเคลื่อนการทำ Digital Transformation โดยนำเสนอบริการให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้กับองค์กร พัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพตอบโจทย์สังคมยุคดิจิทัล
ประการสำคัญ กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ก่อตั้ง พร้อม lock up หุ้นทั้งหมด 100% เพิ่มเติมจากเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดอีก 1 เดือน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน เหมือนที่ผู้ก่อตั้งมีความมั่นใจในอนาคตของบริษัทฯ