1982 จำนวนผู้เข้าชม |
นายวราห์ สุจริตกุล ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า (FNS) ซึ่งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น บมจ. นำวิวัฒน์ เมดิคอล คอร์ปอเรชั่น (NAM) เปิดเผยว่า การเปิดขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 181 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.86% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด ในราคาหุ้นละ 7.70 บาท โดยมีราคาพาร์ที่หุ้นละ 0.50 บาท ช่วงระหว่างวันที่ 19-24 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก สะท้อนให้เห็นความมั่นใจในปัจจัยพื้นฐานของ NAM และศักยภาพการเติบโตของอุตสาหกรรมเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะกลุ่มงานปราศจากเชื้อ ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นที่มีความสำคัญในการรักษาพยาบาล และมีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และการเพิ่มค่าใช้จ่ายและงบประมาณด้านสุขภาพของภาครัฐ รวมถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการผลิตและจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์กลุ่มงานปราศจากเชื้อในประเทศ รวมถึงต่อยอดไปในระดับภูมิภาคในอนาคต
ด้านนายวรชาติ ทวยเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ (Finnex) ที่ปรึกษาทางการเงิน เสริมว่า ด้วยศักยภาพในการเป็นผู้ผลิต นำเข้า และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ สำหรับการทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงผลิตภัณฑ์สิ้นเปลืองทางการแพทย์ และให้บริการที่เกี่ยวข้องแบบครบวงจร อีกทั้งมีบริษัทในกลุ่ม บมจ. ปตท. (PTT) ร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ จะช่วยเสริมศักยภาพด้านการคิดค้น และพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ จึงมั่นใจว่า NAM จะมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูง ช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายฐานลูกค้าทั้งรายเดิม และการเจาะกลุ่มลูกค้ารายใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ผลักดันการเติบโตในระยะยาว

ขณะที่การเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืน จากการลงทุนสร้างโรงงานใหม่ ลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องมือทางการแพทย์ รวมถึงลงทุนในบริษัทที่ประกอบธุรกิจเครื่องมือทางการแพทย์ หรือมีนวัตกรรมที่ส่งเสริมการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ สร้างการเติบโตทั้งจากภายใน (Organic Growth) และภายนอก (Inorganic Growth)
ส่วนนายวิโรจน์ ชัยเทอดเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NAM คาดหวังว่า นักลงทุนจะให้ความสนใจหุ้นบริษัทฯ ซึ่งพร้อมเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้เป็นอย่างดี จากปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง และความมุ่งมั่นของผู้บริหารที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมผลิตและจำหน่ายเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทั้งในกลุ่มงานปราศจากเชื้อ และกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ มีโอกาสทางการตลาดที่เปิดกว้าง ผลักดันการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ผ่านกลยุทธ์ที่วางไว้ล่วงหน้าแล้ว ด้วยการมุ่งขยายการเติบโตของกลุ่มสินค้าและบริการที่มีในปัจจุบันให้มียอดขายเพิ่มมากขึ้น ทั้งในกลุ่มโรงพยาบาลรัฐ ที่เป็นฐานลูกค้าหลัก พร้อมกับขยายฐานลูกค้ากลุ่มโรงพยาบาลเอกชน คลินิก หรือองค์กรทางสาธารณสุขอื่นๆ รวมถึงเพิ่มสัดส่วนการผลิตและจำหน่ายสินค้าทางการแพทย์อื่นๆ ที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนาจนสามารถผลิตได้เอง เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้า และลดต้นทุนจากการนำเข้า เพื่อขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มต้นได้ในไตรมาส 2 หรือไตรมาส 3 ปีหน้า
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ เตรียมเดินหน้าขยายการเติบโตในกลุ่มกลุ่มเครื่องมือทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ (Healthcare) มากขึ้น นำร่องด้วยการเข้าไปลงทุนในบริษัทอุปกรณ์ทางการแพทย์ในไต้หวัน ที่เป็นนวัตกรรมในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (Obstructive Sleep Apnea) เพราะเล็งเห็นโอกาสการเติบโต และการนำเอาองค์ความรู้มาต่อยอดได้ ภายในสิ้นปีนี้ มูลค่าไม่เกิน 40 ล้านบาท ก่อนเดินหน้าแผนลงทุน ทั้งในรูปแบบการซื้อกิจการ และการร่วมลงทุน โดยเฉพาะในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ และตอบเป้าหมายการเติบโตที่บริษัทฯ ตั้งไว้ปีหนึ่งๆ ไม่ต่ำกว่า 20% ได้ควบคู่กันไป