LHHOTEL พร้อมนำหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนเข้าซื้อขายเดือน พ.ย. นี้ หลังกระแสตอบรับการเพิ่มทุนคึกคัก 

3209 จำนวนผู้เข้าชม  | 

LHHOTEL พร้อมนำหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนเข้าซื้อขายเดือน พ.ย. นี้ หลังกระแสตอบรับการเพิ่มทุนคึกคัก 


นางสาวจิตติสา เจริญพานิช ผู้บริหารงานวาณิชธนกิจ บมจ. ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) พร้อมด้วยนายยศวีร์ สุทธิกุลพานิช ผู้บริหารสายงาน Investment Banking and Capital Markets บมจ. ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล (LHHOTEL) เปิดเผยว่า หลังจากกองทรัสต์ LHHOTEL ได้เดินหน้าลงทุนเพิ่มเติมในโรงแรม 2 แห่ง ในพัทยา ได้แก่ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัพยา ซึ่งเป็นโรงแรมในเครือ บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) ทำให้มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุน ด้วยการเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน จำนวน 511 ล้านหน่วย แบ่งเป็นการเสนอขายให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิม ใช้สิทธิจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ระหว่างวันที่ 16–20 ตุลาคม จำนวน 459.9 ล้านหน่วย ส่วนที่เหลือเปิดโอกาสให้นักลงทุนสถาบัน นักลงทุนรายใหญ่ และประชาชนทั่วไป สามารถจองซื้อได้ในวันที่ 24–27 ตุลาคมที่ผ่านมา ในราคาหน่วยละ 10 บาท ผ่านธนาคาร และ บมจ. ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ซึ่งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนร่วม และผู้ร่วมจัดจำหน่ายอีก 7 ราย ได้แก่ บมจ. ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) บมจ. ธนาคารกรุงไทย (KTB) บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ (InnovestX) บมจ. หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ ประเทศไทย (MST) บมจ. หลักทรัพย์ ดาโอ (DAOL) บมจ. หลักทรัพย์ พาย (Pi) และ บมจ. หลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHS) ปรากฏว่า ได้รับกระแสตอบรับที่ดี ทำให้สามารถปิดยอดจำหน่ายได้ครบตามเป้าหมาย สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในการบริหารงานของ LHHOTEL ซึ่งเป็นกองทรัสต์กลุ่มโรงแรมชั้นนำที่มีมูลค่าทรัพย์สินใหญ่ที่สุดในประเทศ 

และหลังจากการลงทุนเพิ่มเติม จะมีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็นกว่า 20,000 ล้านบาท ทำให้ประมาณการอัตราการจ่ายประโยชน์ตอบแทน ภายหลังการเข้าลงทุนปีแรกอยู่ที่ประมาณ 10.5% จากผลดำเนินงานที่ผ่านมาที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว หลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลาย รวมถึงทรัพย์สินใหม่ที่จะเข้าลงทุนก็มีผลดำเนินงานที่โดดเด่น โดยพร้อมนำหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในเดือนพฤศจิกายนนี้   

ขณะที่ ดร. ณัฐกวิน เจียมโชติพัฒนกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและอสังหาริมทรัพย์ และนายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHFund) ซึ่งเป็นผู้จัดการกองทรัสต์ LHHOTEL ร่วมกันให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้กองทรัสต์ LHHOTEL มีทรัพย์สินในการลงทุนรวม 3 โครงการ ได้แก่ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 ด้วยจำนวนห้องพักรวม 1,401 ห้อง โดยช่วงครึ่งบีแรกที่ผ่านมา โรงแรมทั้ง 3 แห่ง มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงประมาณ 90% และมีอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 กว่า 20% ส่งผลให้กองทรัสต์ LHHOTEL กลับมาจ่ายประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยได้ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีที่แล้ว โดยในช่วง 9 เดือนปีนี้ มีการจ่ายประโยชน์ตอบแทนแล้วในอัตราหน่วยละ 0.88 บาท ถือเป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่จัดตั้งกองทรัสต์ขึ้นมา

ซึ่งการได้สินทรัพย์เพิ่มอีก 2 แห่งในพัทยาในช่วงนี้ นอกจากจะทำให้กองทรัสต์มีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มเท่าตัวแล้ว ยังทำให้อายุสิทธิการเช่าคงเหลือเพิ่มขึ้นจากเดิม 18 ปีเศษ เป็น 22 ปีเศษ สามารถสร้างประโยชน์ตอบแทนให้กับผู้ถือหน่วยได้เพิ่มขึ้น โดยในระยะสั้น คาดว่าจะได้ผลบวกจากภาวะการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัว และกำลังเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ หนุนให่อัตราการเข้าพักสูงเกิน 91% อีกทั้งยังจะได้ประโยชน์จากทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นที่เข้าใกล้จุดสูงสุด ผลักดันให้กองทุนคาดว่า จะจ่ายประโยชน์ตอบแทนภายหลังการลงทุนปีแรกได้ที่ 10.5%  




Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้