4665 จำนวนผู้เข้าชม |
การเข้าซื้อขายวันแรกของ บมจ. ยูโรเอเชีย โทเทิล โลจิสติกส์ (ETL) เจอบรรยากาศการลงทุนที่ไม่สดใส กดดันให้ราคาหุ้นต่ำจองต่อเนื่องเป็นตัวที่สาม โดยเปิดตลาดที่ 1.35 บาท ต่ำกว่าราคาจองที่ 1.68 บาท คิดเป็นผลขาดทุน 19.6% ก่อนจะมีแรงซื้อดันราคาให้ไต่ระดับขึ้นมาแตะ 1.43 บาท ทำจุดสูงสุดในรอบวัน แต่หลังจากนั้น มีแรงขายกระจายตัวเข้ามาหนาแน่น กดราคาให้ปรับฐานลงมาเป็นระยะๆ กระทั่งร่วงหนักในการซื้อขายภาคบ่าย เมื่อแรงซื้อหดหายลงไป แต่เมื่อราคาไหลแตะ 1.26 บาท ต่ำจอง 25.0% เริ่มเห็นแรงซื้อหนาแน่นขึ้น ส่งผลให้ราคาเริ่มฟื้นตัว และปิดตลาดที่ 1.30 บาท ต่ำจอง 38 สตางค์ หรือ 13.6% ด้วยมูลค่าการซื้อขายบางเบาเพียง 153.54 ล้านบาท
กระนั้น นางสาวกฤชวรรณ ซื้อเจริญชัย กรรมการผู้จัดการ ETL เปิดเผยว่า ไม่ได้กังวลกับราคาในการซื้อขายวันแรกจะต่ำจอง โดยพร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจตามแผน เพื่อตอกย้ำให้เห็นถึงปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง พร้อมเติบโตในระยะยาว เข้าข่ายหุ้นเติบโต (Growth Stock) ในฐานะผู้นำธุรกิจขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนระหว่างประเทศที่ครบวงจร (CROSS-BORDER KING) ด้วยการนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ขยายธุรกิจในสัดส่วน 70% ครอบคลุมทั้งการลงทุนเพิ่มกองยานพาหนะ โดยเฉพาะรถลากจูงและหางพ่วง เพิ่มตู้คอนเทนเนอร์แบบควบคุมอุณหภูมิ (Reefer Container) และตู้แบบมาตรฐาน (Dry Container) รวมถึงก่อสร้างลานตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์ จอดยานพาหนะ รวมถึงซ่อมแซมและบำรุงรักษาสินทรัพย์ของกลุ่มบริษัทฯ ตลอดจนลงทุนระบบบริหารจัดการการขนส่ง เพื่อให้สามารถให้บริการลูกค้าได้มากขึ้น และมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ส่วนอีก 20% จะนำไปชำระคืนหนี้ค่าซื้อกิจการจากการเข้าซื้อธุรกิจในปี 2564 และคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน เพื่อให้มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่งขึ้น ส่วนที่เหลือนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนรองรับโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะการลงทุนร่วมกับพันธมิตร หรือซื้อกิจการในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งล่าสุด เริ่มมีการเจรจากับพันธมิตรในกัมพูชาและเมียนมาร์แล้ว คาดว่า จะมีความชัดเจนภายในกลางปีหน้า

ขณะเดียวกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมกับขยายตลาดใหม่ๆ บริษัทฯ เตรียมจัดตั้งบริษัทย่อย บริษัทร่วม และศูนย์รวมสินค้า (Hub) ในประเทศต่างๆ ทั้งในมาเลเซีย เวียดนาม และจีน โดยร่วมมือกับบุคลากรในพื้นที่ช่วยต่อยอดการให้บริการที่ตอบความต้องการลูกค้าได้อย่างหลากหลายและมากขึ้น อีกทั้งจัดตั้ง Command Center ภายในสำนักงานของแต่ละประเทศ เพื่อเป็นศูนย์ติดตามสถานะการขนส่งสินค้า และประสานงานการขนส่งระหว่างประเทศต่างๆ แบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยประหยัดต้นทุนของลูกค้ามากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ สามารถบริหารอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ไม่ต่ำกว่าระดับ 8-10% ตามไปด้วย หนุนให้ผลดำเนินงานสามารถเติบโตเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 20%
สำหรับการซื้อขายตลอดสัปดาห์ ราคาหุ้น ETL แกว่งในกรอบแคบๆ ระหว่าง 1.23 – 1.36 บาท ส่วนหนึ่งเกิดจากข่าวนักลงทุนรายใหญ่ 3 ราย ได้แก่ หมอพงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี นายสุระ คณิตทวีกุล และนายวัชระ แก้วสว่าง เข้ามาร่วมลงทุนโดยถือหุ้นใหญ่ในลำดับที่ 7 8 และ 10 ตามลำดับ