5403 จำนวนผู้เข้าชม |
หลังจากนายณัฐนัย อนันตรัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม (ITEL) ผู้ให้บริการโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกที่มีเสถียรภาพสูงสุดทั่วไทย เปิดเผยว่า เพื่อขยายโอกาสในการทำธุรกิจพัฒนาเทคโนโลยีทางสาธารณสุขในประเทศไทย (Health Tech) ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตสูง และมีความต้องการเข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะพื้นที่ในเมือง หรือหัวเมืองเท่านั้น แต่สามารถขยายไปยังพื้นที่ห่างไกลต่างๆ ได้ สร้างการเติบโตในส่วนนี้ได้อีกมาก สอดรับกับกลยุทธ์สร้าง New S-Curve ที่บริษัทฯ วางแผนไว้ เพื่อมุ่งสร้างกระแสเงินสด และรายได้ประจำที่มั่นคงในระยะยาว ทำให้บริษัทฯ ตัดสินใจเข้าไปลงทุนซื้อกิจการ บริษัท โกลบอล ลิโธทริปซี่ย์ เซอร์วิสเซส (GLS) ซึ่งทำธุรกิจจำหน่ายและให้บริการอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา และสามารถดำเนินการซิ้อกิจการได้เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 39.77 ล้านบาท
ทั้งนี้ GLS เป็นบริษัทเป็นบริษัทย่อยของบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก Sodexo จากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจในไทยมากว่า 27 ปี มีความเชี่ยวชาญในการให้บริการอุปกรณ์ CT Scan และ MRI Scan รวมถึงอุปกรณ์ ESWL อีกทั้งมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ทั้งการเติบโตของรายได้และกำไร รวมถึงกระแสเงินสดเป็นบวกตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯ ได้ทันทีปีนี้ และยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้จากความเชี่ยวชาญ และทรัพยากรที่กลุ่มบริษัทฯ มีอยู่แล้วได้ตามมา
ในเบื้องต้น ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์บัวหลวง (BLS) และฟินันเซีย ไซรัส (FSS) ประเมินว่า ธุรกิจใหม่ด้าน Health Tech และธุรกิจเดิม จะช่วยให้ ITEL พร้อมเติบโตรอบใหม่

BLS ระบุว่า การเติบโตจะมาจากปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้น 3 ช่วงเวลา โดยในระยะสั้น คาดกำไรงวดไตรมาสสุดท้ายปี 2566 จะเติบโต 18% จากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า (YoY) และขยายตัว 32% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เป็นไปตามปัจจัยฤดูกาล และการส่งมอบงานเพิ่ม โดยมีความเป็นไปได้ว่า จะเป็นไตรมาสที่บริษัทฯ โชว์กำไรรายไตรมาสได้สูงสุดเป็นลำดับสองของปี และดีกว่าที่ตลาดประเมินไว้
สำหรับระยะกลาง มีปัจจัยหนุนจาก 3 ประเด็น คือ งบประมาณภาครัฐกลับสู่ภาวะปกติ การผลักดัน บมจ. บลู โซลูชั่น (BS) เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เลื่อนออกมาจากปีก่อน และการรวมกำไรของ GJS ในงบการเงินเต็มปี รวมถึง upside จากกำไรพิเศษอีกต่อ
ส่วนในระยะยาว มองการเติบโตของ GLS หนุนให้เป้าหมายรายได้ที่บริษัทฯ ตั้งไว้ที่ 300-400 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 15% เกิดขึ้นได้ภายใน 2-3 ปีนี้ จึงแนะนำซื้อ
ขณะที่ FSS บอกว่า เมื่อวิเคราะห์อย่างระมัดระวัง (Conservative) โดยตั้งสมมติฐานรายได้ของ GLS ใกล้เคียงผลงานในอดีต ที่ 100 ล้านบาท ในปี 2567 และขยายตัว 20% ในปี 2568 ขณะที่อัตรากําไรสุทธิเฉลี่ยอยู่ที่ 10% แต่ปรับลดสมมติฐานความสามารถทำกำไรของ ITEL ลง เพราะมีความเสี่ยงที่งานประมูลจะออกมาน้อย จากความล่าช้าในหลายเรื่องของรัฐบาล และไม่คิดรวมการขยายฐานตลาด และผลของการ leverage กับธุรกิจเดิมของ ITEL ซึ่งผู้บริหารตั้ง ก่อนเติบโตเป็น 500-700 ล้านบาท ในระยะยาว
เบื้องต้น คาดการณ์กำไร 2 ปีนี้ของ ITEL ใกล้เคียงประมาณการเดิม ที่ 320.9 ล้านบาท และ 359.8 ล้านบาท เติบโต 19.3% YoY และ 12.1% YOY ตามลำดับ ใกล้เคียงเป้าหมายรายได้ที่บริษัทฯ ตั้งไว้ที่ 300-400 ล้านบาท ใน 2 ปีนี้ จะคำนวณมูลค่าพื้นฐานปีนี้ได้ 4 บาท เมื่อใช้ P/E ที่ 17 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี พร้อมแนะนำ "ซื้อ" เพราะราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ P/E เพียง 10.9 เท่า คิดเป็น PEG เพียง 0.6 เท่า และ P/BV เพียง 0.8 เท่า