SPREME พร้อมเดินหน้าขาย IPO 200 ล้านหุ้น ครองความเป็นผู้นำธุรกิจ SI ครบวงจร

5239 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SPREME พร้อมเดินหน้าขาย IPO 200 ล้านหุ้น ครองความเป็นผู้นำธุรกิจ SI ครบวงจร



นายวรชาติ ทวยเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ (Finnex) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บมจ. สุพรีม ดิสทิบิวชั่น (SPREME) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุมัติแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้พร้อมเดินหน้าเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งแรกต่อประชาชน (IPO) จำนวน 200 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นสัดส่วน 27.02% ของจำนวนหุ้นสามัญที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ก่อนนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ITC) ภายในไตรมาสแรกนี้

สำหรับวัตถุประสงค์การระดมทุนครั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนใช้เงินทุนเพื่อรองรับการประมูลโครงการที่มีขนาดใหญ่ รวมถึงใช้ในการลงทุนด้วยการซื้อกิจการเพื่อต่อยอดธุรกิจเดิม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง และสนับสนุนการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว

ส่วนนายภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SPREME เสริมว่า การตัดสินใจระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ และแบรนด์ของบริษัทฯ เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น อีกทั้งช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น ผลักดันให้สามารถเติบโตแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจ SI ที่มีศักยภาพการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน


 




ทั้งนี้ SPREME ทำธุรกิจออกแบบ ติดตั้ง และจำหน่ายระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบเครือข่าย (System Integrator - SI) ครบวงจร รวมถึงให้บริการซ่อมแซม บำรุงรักษา และให้เช่าอุปกรณ์ โดยมีโครงสร้างรายได้จาก 3 กลุ่มธุรกิจ คือ ธุรกิจจำหน่ายและติดตั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบเครือข่าย ในสัดส่วนสูงที่สุด ราว 86-87% รองลงไปธุรกิจให้บริการดูแลบำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ในสัดส่วน 7-8% และธุรกิจให้เช่าระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ในสัดส่วน 3-4%

สำหรับผลดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปีล่าสุด (ปี 2563-65) บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงาน 1,359.30 ล้านบาท 871.19 ล้านบาท และ 1,025.48 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 123.52 ล้านบาท 110.53 ล้านบาท และ 99.24 ล้านบาท ตามลำดับ โดยการลดลงของผลดำเนินงานในปี 2564 เกิดจากธุรกิจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด

ส่วนงวดบัญชี 9 เดือนปี 2566 ที่ผ่านมา มีกำไรสุทธิ 122.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 22.32% ตามรายได้จากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 11.06% มาอยู่ที่ 1,013.56 ล้านบาท

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้