2684 จำนวนผู้เข้าชม |
นางกนกทิพย์ จันทร์พลังศรี ประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ. ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง (TPCH) เปิดเผยว่า เพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืน ในปี 2569 ตาม Action Plan ที่ตั้งเป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเป็น 500 เมกะวัตต์ (MW) ขับเคลื่อนจากโครงการต่างประเทศ ทั้งโรงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) และพลังงานลม (Wind Farm) กำลังการผลิตรวม 350 MW ที่เหลือ 150 MW มาจากโครงการในประเทศ แบ่งเป็นกำลังการผลิตจากโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล 80 MW และโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ 70 MW ทำให้ปีนี้ บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าขยายพอร์ตโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
โดยแผนลงทุนในประเทศ ล่าสุด โรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ สยาม พาวเวอร์ 2 (SP2) ขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ สยาม พาวเวอร์ 3 (SP3) ขององค์การบริหารส่วนตำบลนากลาง อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา กำลังการผลิตติดตั้งแห่งละ 10 MW เท่ากัน คาดว่าจะสามารถลงนามซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ได้ภายในปีนี้
นอกจากนี้ ยังมีแผนเข้าร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะเพิ่มอีก 4 โครงการ ผ่านบริษัทร่วมทุน สยาม พาวเวอร์ เพิ่มเติม

สำหรับแผนลงทุนต่างประเทศ ใน สปป. ลาว ซึ่งบริษัทฯ ร่วมลงทุนกับบริษัท แม่โขง พาวเวอร์ (MKP) ในสัดส่วน 40% และได้มีการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) จำนวน 100 MW เรียบร้อยแล้ว ได้เริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้าแล้ว คาดว่า จะสามารถรับรู้รายได้ในเฟสแรกได้ในปีนี้ และมีแผนส่งไฟฟ้าจาก สปป.ลาว ไปจำหน่ายในเวียดนามอีกหนึ่งโครงการ
ด้านนายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ TPCH เสริมว่า การลงทุนในกัมพูชา กำลังอยู่ในระหว่างการขอใบอนุญาตดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม คิดเป็นกำลังการผลิตรวม 200 - 300 MW
เบื้องต้น บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโตจากปีก่อน ไม่ต่ำกว่า 10% หนุนจากการรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล 7 โครงการที่จำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์แล้ว ทั้ง CRB, MWE, MGP, TSG, PGP, SGP, PTG เสริมด้วยโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ โครงการ SP1 คิดเป็นกำลังการผลิตรวม 90 MW