4490 จำนวนผู้เข้าชม |
การเข้าซื้อขายวันแรกของ บมจ. ยูโร ครีเอชั่นส์ (EURO) สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนที่ได้หุ้นจอง เมื่อราคาหุ้นยืนต่ำจองตลอดทั้งวัน โดยหลังจากเปิดตลาดที่ 9.70 บาท ต่ำกว่าราคาจองที่ 10.60 บาท คิดเป็นผลขาดทุน 90 สตางค์ หรือ 8.49% มีแรงซื้อหนุนราคาขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 9.80 บาท แต่หลังจากนั้นแรงซื้อเริ่มบางเบา ทำให้เมื่อมีแรงขายโถมออกมา ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลงเป็นลำดับ มาแกว่งบริเวณ 9.10-9.15 บาท จนปิดภาคเช้า แต่หลังจากเปิดตลาดภาคบ่าย แรงขายที่ยังมีต่อเนื่อง กดให้ราคาหุ้นดิ่งตัวลงมาเป็นลำดับ และทำจุดต่ำสุดของวันที่ 8.25 บาท จากนั้น เริ่มมีแรงซื้อกระจายตัวออกมา หนุนให้ราคาหุ้นไต่ระดับขึ้นมาและปิดตลาดที่ 8.60 บาท ต่ำจอง 2 บาท หรือให้ผลขาดทุน 18.87% ด้วยมูลค่าการซื้อขายเพียง 588.46 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม นายเควิน กัมบีร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยืนยันว่า พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่องตามแผนขยายธุรกิจ ด้วยการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ที่ปัจจุบันมี 29 แบรนด์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเดิมให้ดียิ่งขึ้น พร้อมกับขยายสินค้าใหม่กลุ่มเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน ตอบสนองกลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) ที่ปรับรูปแบบมาทำงานที่บ้านเพิ่มขึ้น รวมถึงลูกค้าผู้ประกอบการ (B2B) กลุ่มผู้พัฒนาอาคารสำนักงาน อสังหาริมทรัพย์แบบมิกซ์ยูส เพื่อขยายฐานลูกค้าพรีเมียม รวมถึงขยายตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เช่น ภูเก็ต ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำที่มีโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยเงินทุนที่ได้จากการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai) ไปก่อสร้างโชว์รูมใหม่รวม 3 แห่ง และใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อเพิ่มศักยภาพการขายและการทำตลาด รวมถึงนำเสนอบริการที่ดีที่สุด ตอกย้ำความเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจ Luxurious & High Quality Living พร้อมบริการตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ไปจนถึงบริการหลังการขายอย่างครบวงจร
ขณะที่นายดิถดนัย สังขะรมย์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ (TNITY) ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น เสริมว่า ไม่ว่าราคาหุ้นจะเป็นอย่างไร แต่การที่ EURO จับตลาดลูกค้าระดับลักชัวรี่และพรีเมียม ซึ่งมีกำลังซื้อสูง ทำให้มีโอกาสได้รับผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจค่อนข้างน้อย ส่งผลให้ธุรกิจยังมีศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และน่าจะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นหากเศรษฐกิจฟื้นตัว นอกจากนี้ การลงทุนเพื่อเพิ่มพื้นที่โชว์รูมอีกกว่าเท่าตัว จาก 5,800 ตารางเมตร เป็น 12,884 ตารางเมตร ยังจะช่วยรองรับการขยายสินค้าและขยายตลาดใหม่ที่มีศักยภาพได้ดียิ่งขึ้น
กระนั้น ราคาหุ้น EURO ตลอดสัปดาห์แรกที่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai) ยังคงต่ำจองอย่างต่อเนื่อง โดยแกว่งในกรอบ 8–9 บาท ต่อไป ถึงแม้กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม จะพร้อมใจทำข้อตกลงไม่จำหน่ายหุ้นส่วนที่เหลือจากการติด Silent Period ตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเติมเป็นระยะเวลา 12 เดือนก็ตาม