คาด RATCH ผลงานปีนี้ฟื้นตัวจากปีก่อน แต่จำกัด ยกเว้นดีล Paiton ได้ข้อสุรป

4665 จำนวนผู้เข้าชม  | 

คาด RATCH ผลงานปีนี้ฟื้นตัวจากปีก่อน แต่จำกัด ยกเว้นดีล Paiton ได้ข้อสุรป


 

นางสาวชูศรี เกียรติขจรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ราช กรุ๊ป (RATCH) เปิดเผยแผนดำเนินงานปี 2567 ว่า ยังคงมุ่งเน้นการบริหารประสิทธิภาพสินทรัพย์เพื่อสร้างรายได้ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย และการพัฒนามาตรฐานด้านธรรมาภิบาล สิ่งแวดล้อมและสังคม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยปีนี้ วางงบลงทุนรวม 30,000 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าแผนลงทุนในโครงการใหม่ๆ ทั้งในธุรกิจผลิตไฟฟ้า และธุรกิจที่ไม่ใช่การผลิตไฟฟ้า รวมถึงโครงการเดิมที่อยู่ระหว่างพัฒนาและก่อสร้าง ประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้า กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 2,944.18 MW โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและส่วนต่อขยาย โรงพยาบาล พริ้นซ์ มุกดาหาร และโครงการดำเนินงานและบำรุงรักษามอเตอร์เวย์สาย 6 และสาย 81 ช่วยผลักดันให้ผลดำเนินงานปีนี้ฟื้นตัวจากปี 2566 ที่ผ่านมา

ประการสำคัญ บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนสำหรับผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่ธุรกิจ สังเกตได้จากการจ่ายปันผลในอัตราสูงกว่า 5.5% อย่างสม่ำเสมอ โดยปี 2566 ที่ผ่านมา จ่ายปันผลรวม 2 ครั้งในอัตราหุ้นละ 1.60 บาท โดยล่าสุด เตรียมจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.80 บาท กำหนดขึ้น XD วันที่ 15 มีนาคม และกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 23 พฤษภาคม      

สำหรับผลดำเนินงานปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรส่วนที่เป็นเงินสด (EBITDA) อยู่ที่ 14,124 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงาน 5,034 ล้านบาท แต่หากคิดรวมรายการพิเศษ กำไรสุทธิอยู่ที่ 5,167 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า 10.6% ตามรายได้รวมที่ปรับลดลง 38% จากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 50,648 ล้านบาท สาเหตุหลักจากรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้า ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ 95% ของรายได้รวม ปรับตัวลดลงตามปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่ลดลง ทั้งจากบริษัทร่วมทุน และการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าของบริษัทฯ อีกทั้งได้รับผลกระทบจากต้นทุนดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น และการบันทึกค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น

 

 



ผลดำเนินงานที่ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ทำให้นักวิเคราะห์หลักทรัพย์จากหยวนต้า (YUANTA) และเคจีไอ (KGI) ปรับลดประมาณการกำไร และราคาเป้าหมายของ RATCH ลงมาที่ 32 บาท และ 28 บาท จากกำไรที่อ่อนแอกว่าคาด และความไม่ชัดเจนของดีลลงทุนโรงไฟฟ้าไพตัน (Paiton) แม้แนวโน้มผลดำเนินงานในปี 2567 มีโอกาสฟื้นตัวดีขึ้นจากปีที่ผ่านมา จากการหยุดซ่อมบำรุงที่ลดลง และการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่ๆ ในปีนี้ แต่การฟื้นตัวยังคงมีข้อจำกัด เพราะโครงการ Paiton ถือเป็นโครงการสำคัญที่จะช่วยสร้างกำไรชดเชยผลกระทบจากการเพิ่มทุน และเป็นประเด็นหลักที่ทำให้ราคาหุ้นปรับขึ้นไม่ได้

ขณะที่แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHS) และกสิกรไทย (KS) มองว่าราคาหุ้น RATCH ระยะสั้น จะยังไม่มีปัจจัยใหม่หนุนราคา จึงควรรอดูความชัดเจนของดีล Paiton ก่อนลงทุน โดย KS ระบุว่า ดีล Paiton มีผลต่อราคาหุ้นถึง 5.30 บาท จากราคาเหมาะสมที่ให้ไว้ 36 บาท ใกล้เคียง LHS ที่ให้มูลค่าเหมาะสมที่ 37 บาท

 



 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้