1936 จำนวนผู้เข้าชม |
นางสาวริศรา เจริญพานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. พีอาร์ทีอาร์ กรุ๊ป (PRTR) เปิดเผยแผนธุรกิจปี 2567 ว่า พร้อมุ่งเน้นขยายธุรกิจหลัก ทั้งการจัดจ้างพนักงาน (Outsource) และบริการสรรหาพนักงาน (Recruitment) มากขึ้นพร้อมกับคุมต้นทุนทางการเงินให้มีประสิทธิภาพ เพื่อผลักดันรายได้ปีนี้ให้เติบโตจากปีก่อน 10-15%
โดยธุรกิจ Outsource ตั้งเป้าขยายพนักงานเพิ่มจาก 16,813 คน ในปีก่อน เป็น 18,500 คน โดยเฉพาะพนักงานขาย(PC) พนักงานออฟฟิศ ซึ่งยังมีความต้องการจากทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง คล้ายๆ ปีที่ผ่านมา ซี่งตลาดมีความต้องการ PC ในสัดส่วน 40% ตามมาด้วยพนักงานออฟฟิศ แม่บ้านและพนักงานขับรถ ในสัดส่วน 18% และ 12% ตามลำดับ และเพิ่มจำนวนพนักงานด้านลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Service) ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นจากภาคสถาบันการเงิน ซึ่งคาดว่า จะผลักดันรายได้ปีนี้ให้ขยายตัวในระดับ 10-15% จากปีก่อน สร้างรายได้ประจำให้อยู่ในระดับ 95% ของรายได้รวมคล้ายๆ ปีก่อน
ส่วนธุรกิจ Recruitment ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงประมาณ 62-65% ตั้งเป้าสรรหาพนักงานประจำเพิ่มจาก 2,438 ตำแหน่ง เป็น 2,800 ตำแหน่ง เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มธุรกิจการเงิน ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Junior Level และกลุ่ม mass recruitment โดยตั้งเป้ารายได้เติบโตที่ระดับ 15–20% คิดเป็นสัดส่วนรายได้ที่ 4.2%
สำหรับธุรกิจจัดหาคนไปทำงานต่างประเทศ ที่มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ซึ่งเพิ่งเริ่มต้นในปี 2566 ที่ผ่านมา ภายใต้ PRTR Global เริ่มมีการรับรู้รายได้เข้ามาแล้ว จากลูกค้ากลุ่ม Customer Service แอร์โฮสเตส และน่าจะเห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ธุรกิจใหม่ ประกอบด้วย ธุรกิจให้บริการฝึกอบรมแบบออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มและออฟไลน์ (Integrated Learning Services) ผ่าน BLACKSMITH และธุรกิจให้บริการซอฟต์แวร์ด้านการบริหารจัดการบุคลากร (Human capital management software) ของ PINNO และธุรกิจบริการจัดหางานผ่านแพลตฟอร์ม Online ภายใต้ NEXMOVE สามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทฯ น่าจะรับรู้ผลขาดทุนลดลงเหลือประมาณ 10 ล้านบาท ก่อนจะเห็นกำไรเติบโตต่อเนื่องใน 1-2 ปีข้างหน้านี้
สำหรับผลดำเนินงานของ PRTR ปี 2566 ที่ผ่านมา มีรายได้รวม 6,422.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5.0% โดยธุรกิจ Recruitment มีการเติบโตโดดเด่น ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเพียง 2.1% มาอยู่ที่ 206.4 ล้านบาท สาเหตุจากผลขาดทุนในธุรกิจใหม่ที่ 24 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 10.1% อัตรากำไรสุทธิที่ 3.2% แต่หากไม่คิดรวมธุรกิจใหม่ อัตรากำไรสุทธิจะอยู่ที่ 3.6% สูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้า