บัวหลวง ยื่นไฟลิ่ง โอ้กะจู๋ เตรียมระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

5228 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บัวหลวง ยื่นไฟลิ่ง โอ้กะจู๋ เตรียมระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ


 

นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บมจ. หลักทรัพย์ บัวหลวง (BLS) ที่ปรึกษาทางการเงิน บมจ. ปลูกผักเพราะรักแม่ (OKJ) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และร่างแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 159 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 26.1% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ที่ราคาพาร์หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อนำเงินจากที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ขยายธุรกิจ ด้วยการเพิ่มช่องทางจำหน่าย ครอบคลุมทั้งการปรับปรุงสาขา การขยายสาขาร้านโอ้กะจู๋ หรือแบรนด์ใหม่ๆ รวมถึงการลงทุนก่อสร้างครัวกลางแห่งใหม่ พร้อมกับพัฒนาเครื่องจักร อุปกรณ์ ระบบสาธารณูปโภค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูก การบริหารจัดการวัตถุดิบและสินค้าคงเหลือ ตลอดจนการขนส่ง สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้มีศักยภาพสูงขึ้น ส่วนที่เหลือนำไปชำระคืนหนี้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนรองรับโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ทั้งนี้ OKJ ทำธุรกิจจำหน่ายอาหารเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ "โอ้กะจู๋" ที่มีคอนเซ็ปต์ Be Organic from Farm to Table ที่ก่อตั้งโดยแรงบันดาลใจของเพื่อนสนิท 3 คน คือ นายชลากร เอกชัยพัฒนกุล นายจิรายุทธ ภูวพูนผล และนายวรเดช สุชัยบุญศิริ ที่ต้องการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ออร์แกนิคจากการปลูกผักสวนครัวทั่วไป และผักสลัดบางชนิดเพื่อรับประทานในครอบครัว ก่อนขยายไปสู่การทำธุรกิจเพาะปลูกผักแบบเกษตรอินทรีย์ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษและสารเคมีตกค้างให้ทุกคนได้รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และต่อยอดไปสู่การเปิดร้านอาหารเพื่อสุขภาพแห่งแรกในปี 2556 ที่ จ. เชียงใหม่ จนเติบโตมี 30 สาขาในวันนี้ และมีช่องทางจำหน่ายที่หลากหลายมากขึ้น หลังได้ บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) เข้าร่วมเป็นพันธมิตร ด้วยการถือหุ้นในสัดส่วน 20% ผ่านบริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ ช่วยต่อยอดการเติบโตของรายได้ให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น                                     



 

ด้านนายชลากร เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OKJ อธิบายเพิ่มว่า จากการศึกษาตลาดและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน บริษัทฯ มีการปรับกลยุทธ์ธุรกิจจากที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพประเภทต่างๆ ทั้งสลัด สเต็ก สปาเก็ตตี้ อาหารจานเดียว ขนมหวาน น้ำผักผลไม้ เบเกอรี่ ผ่านร้านโอ้กะจู๋ ที่เป็นช่องทางสร้างรายได้หลักมาอย่างต่อเนื่องแล้ว ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปีนี้ บริษัทฯ เตรียมแตกไลน์ธุรกิจเพิ่มอีก 2 ประเภท คือ ธุรกิจร้านอาหารประเภทจานด่วน (Quick Service Restaurant - QSR) ภายใต้แบรนด์ โอ้กะจู๋ แรป แอนด์ โรลล์ (Ohkajhu Wrap & Roll) จำหน่ายสลัด แร็พสลัด แซนวิช เบอร์เกอร์ และเมนูสุขภาพพร้อมหยิบ (Grab & Go) ซึ่งเป็นการต่อยอดเมนูของร้านโอ้กะจู๋ เพื่อให้ตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบ กับธุรกิจร้านน้ำผักผลไม้เพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ โอ้ จู๊ยส์ (Oh Juice) ด้วยการนำเมนูน้ำผักออร์แกนิคและผลไม้ที่ จำหน่ายในร้านโอ้กะจู๋ มาพัฒนาสูตรเป็นเมนูสุขภาพที่มีคุณค่าโภชนาการเหมาะกับคนทุกวัยเพิ่มเติม

สำหรับธุรกิจหลัก ธุรกิจจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพประเภทต่างๆ ทั้งสลัด สเต็ก สปาเก็ตตี้ อาหารจานเดียว ขนมหวาน น้ำผักผลไม้ เบเกอรี่ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ โอ้กะจู๋ เช่น ผัก ผลไม้สด แซนวิช แร็พ วางจำหน่ายผ่าน 4 ช่องทางหลัก ช่องทางแรก ผ่านร้านอาหารที่ให้บริการเต็มรูปแบบ เน้นให้บริการและจำหน่ายอาหารมื้อหลักที่ปรุงสดใหม่ รวมถึงให้บริการแบบ Drive Thru บริการอาหารว่าง (Snack box) และการสั่งออนไลน์ผ่านสาขารวม 30 แห่ง ในเชียงใหม่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล ระยอง กับชลบุรี

ช่องทางที่ 2 เป็นการจำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพผ่านช่องทาง Delivery and Kiosk รวม 4 สาขา ในกรุงเทพฯ ช่องทางที่ 3 เป็นการจำหน่ายอาหารว่างและอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น แซนวิช สลัดผัก แร็พ สลัด ผ่านร้าน Café Amazon กว่า 300 สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคกลางและภาคตะวันออก และช่องทางสุดท้าย เป็นการจำหน่ายผลผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ สลัดพร้อมทาน ภายใต้แบรนด์ โอ้กะจู๋ ผ่านซูเปอร์มาร์เก็ตเครือริมปิง (Rimping Supermarket) และกูร์เมต์ (Gourmet Market) รวม 9 สาขา ในเชียงใหม่ และกรุงเทพฯ                                                                                    

 



ขณะที่นายจิรายุทธ ภูวพูนผล ประธานเจ้าหน้าที่สายงานเกษตรอัจฉริยะ และนายวรเดช สุชัยบุญศิริ ประธานเจ้าหน้าที่ซัพพลายเชน OKJ เสริมว่า เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจด้วยวิสัยทัศน์ "เรามุ่งมั่นเดินบนวิถีอินทรีย์ ที่ดีต่อตัวเราและสังคม" ตอกย้ำการเป็น The King of Organic Salad ของประเทศ ทำให้บริษัทฯ ยึดมั่นกับการการบริหารห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ (From Farm To Table) เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพและประสิทธิภาพในทุกกระบวนการ ไล่ตั้งแต่การทำเกษตรอินทรีย์เชิงลึกแบบบูรณาการจนมีความเชี่ยวชาญในทุกกระบวนการ ตั้งแต่เพาะเมล็ด เตรียมดิน ดูแลระหว่างเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว จากสวน 5 แห่งในเชียงใหม่ พื้นที่รวม 380 ไร่ ให้ได้ปริมาณผลผลิตที่สดใหม่ และมีคุณภาพตรงตามมาตรฐานที่ได้รับ ทั้งมาตรฐานรับรองอาหารและผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ของอเมริกา (USDA Organic) มาตรฐานเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป (EU Organic Certification) และมาตรฐานจากสมาพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ (IFOAM) ไปจนถึงการขนส่งและจัดเก็บวัตถุดิบที่ สดใหม่ ตลอดจนการบริหารจัดการครัวกลาง บริหารจัดการสาขา และกระจายสินค้าให้สามารถจัดส่งผลผลิตที่สดใหม่ จากสวนถึงหน้าร้านภายใน 28 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ยังมีการรับซื้อผักผลไม้ออร์ แกนิคจากเกษตรกรในเครือข่าย เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบและจำหน่ายในร้านโอ้กะจู๋ ภายใต้แบรนด์ "โอ้กาด" ช่วยสนับสนุนการทำเกษตรอินทรีย์ให้ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่ บริษัทฯ กำหนด รวมถึงยังสร้างรายได้และอาชีพแก่ชุมชนควบคู่กันไปด้วย                                                                           

 


ขณะที่ผลดำเนินงาน 3 ปีล่าสุด (ปี 2564-66) มีการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ มีรายได้จากการขายเพิ่มจาก 797.9 ล้านบาท เป็น 1,210.4 ล้านบาท และ 1,712.8 ล้านบาท ตามลำดับ ตามการเติบโตของรายได้จากสาขาเดิม และการขยายร้านโอ้กะจู๋สาขาใหม่เพิ่มจาก 7 สาขา เป็น 18 สาขา และ 29 สาขา ตามลำดับ รวมถึงเริ่มรับรู้รายได้จากการจำหน่ายอาหารว่างและอาหารเพื่อสุขภาพ ผ่านร้าน Café Amazon ซึ่งเริ่มต้นในปี 2565 

ส่งผลให้กำไรขยายตัวอย่างก้าวกระโดดตามไป จากที่ขาดทุนสุทธิ 84.55 ล้านบาท รับผลกระทบจากการตัดจำหน่ายทรัพย์สินสำหรับสาขาสยามสแควร์ ซอย 7 ที่มีการรื้อถอนจากการถูกเวนคืนพื้นที่ มาเป็นกำไรสุทธิ 38.32 ล้านบาท และ 140.65 ล้านบาท ตามลำดับ

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้