NEO เหนือจองทั้งวัน ตอกย้ำโอกาสก้าวเป็นบริษัท FMCG แห่งนวัตกรรมของเอเชีย

5104 จำนวนผู้เข้าชม  | 

NEO เหนือจองทั้งวัน ตอกย้ำโอกาสก้าวเป็นบริษัท FMCG แห่งนวัตกรรมของเอเชีย


การเข้าซื้อขายวันแรกของ นีโอ คอร์ปอเรท (NEO) ไม่สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนที่ได้หุ้นจอง เมื่อราคาหุ้นยืนเหนือจองตลอดวัน โดยหลังจากเปิดตลาดที่ 48 บาท สูงกว่าราคาจองที่ 39 บาท 9 บาท คิดเป็นผลตอบแทน 23.07% มีแรงซื้อดันราคาขึ้นไปแตะจุดสูงสุดของวันที่ 48.50 บาท จากนั้นจึงเริ่มมีแรงขายทำกำไรกระจายตัวออกมาหนาแน่นขึ้น แต่ก็มีแรงซื้อตั้งรับที่ 42.50 บาท ทำให้ราคาค่อยๆ ไต่กลับขึ้นไปยืนแกว่งบริเวณ 45 บาท จนมีแรงซื้อโถมเข้ามาอีกครั้งช่วง 15.00 น. หนุนให้ราคาหุ้นดีดขึ้นมายืนเหนือ 46 บาท โดยก่อนปิดตลาด ราคาอยู่ที่ 46.75 บาท แต่ช่วงทำราคาปิด (ATC) มีแรงขายกดราคาย่อลงมาที่ 46.25 บาท เหนือจอง 18.59% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3,518.20 ล้านบาท

ความสำเร็จที่เกิดขึ้น ทำให้นายทวีชัย ตั้งธนทรัพย์ หัวหน้าสายงานวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ (TSC) ที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น เชื่อมั่นว่า เกิดจาก 2 สาเหตุ ประการแรก การที่อุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีศักยภาพการเติบโตทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จากการเป็นสินค้าในชีวิตประจำวันในทุกวัน ทำให้มีการบริโภคซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประการที่ 2 พฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันเริ่มหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมมากขึ้น ตามการเติบโตของสังคมเมือง และกระแสใส่ใจด้านสุขอนามัยที่เพิ่มขึ้น ทำให้ NEO ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ที่โดดเด่นและแตกต่าง กลายเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค อีกทั้งบริษัทฯ มีการใช้กลยุทธ์การตลาดช่วยดึงดูดความสนใจผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด

นอกจากนี้ การเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธูุรกิจให้กับบริษัทฯ ได้ดียิ่งขึ้น ทำให้เชื่อมั่นได้ว่า ธุรกิจจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน 

ขณะที่นายสิทธิภาส อุดมผลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NEO ชี้ว่า การเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ขยายกำลังการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตให้ดียิ่งขึ้น พร้อมกับขยายคลังวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ให้มีความทันสมัย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการทำธุรกิจของบริษัทฯ ให้มีความแข็งแกร่ง สามารถนำมาต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีคุณภาพ มีเอกลักษณ์และมาตรฐานระดับสากล สอดคล้องกับแผนขยายการลงทุนมูลค่ารวม 6,530 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน (Household Products) ผลิตภัณฑ์ของใช้สำหรับเด็ก (Baby and Kids Products) และกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล (Personal Care Products) ให้เติบโต 77% เป็นปีละประมาณ 416,082 ตัน พร้อมกับเพิ่มพื้นที่จัดเก็บคลังวัตถุดิ บและบรรจุภัณฑ์ขึ้นอีก 62% เป็นประมาณ 29,620 พาเลท ภายในปี 2570 ซึ่งจะช่วยให้บริษัทฯ สามารถบรรลุเป้าหมายในการเป็นบริษัท FMCG แห่งนวัตกรรมของเอเชีย ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้บริโภคได้ในอนาคตอันใกล้นี้ พร้อมสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าให้กับผู้ถือหุ้นอย่างมั่นคงในระยะยาว





Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้