STX เคาะราคา IPO 3 บาท เปิดจอง 18-19, 22 เม.ย. ก่อนเข้าซื้อขายวันแรกในตลาด mai 26 เม.ย. นี้

5137 จำนวนผู้เข้าชม  | 

STX เคาะราคา IPO 3 บาท เปิดจอง 18-19, 22 เม.ย. ก่อนเข้าซื้อขายวันแรกในตลาด mai 26 เม.ย. นี้


 

นายพงศ์ภัค สุทธิพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ 2 บมจ. หลักทรัพย์ ไอ วี โกลบอล (IVG) ที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น บมจ. สโตนวัน (STX) เปิดเผยว่า พร้อมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 65 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 21.16% ของจํานวนหุ้นที่ออกและเรียกชําระแล้วทั้งหมด โดยมีราคาพาร์ 1 บาท ในราคาหุ้นละ 3 บาท ระหว่างวันที่ 18-19 และ 22 เมษายนนี้ ผ่านบริษัทฯ และผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 3 ราย ได้แก่ บมจ. หลักทรัพย์ เคจีไอ ประเทศไทย (KGI) บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก (GBS) และบริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล (ASL) คาดว่า จะเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai) วันที่ 26 เมษายนที่จะถึงนี้  

ทั้งนี้ การตั้งราคา IPO ที่ 3 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio)ที่ 19.10 เท่า เมื่อคำนวณจากกำไรต่อหุ้นช่วง 4 ไตรมาสย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐาน และศักยภาพการเติบโตทางธุรกิจ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หินอุตสาหกรรมเพื่อการก่อสร้าง และแร่โดโลไมต์ ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้อย่างหลากหลาย ทั้งในอุตสาหกรรมซีเมนต์ ก่อสร้าง งานผลิตแก้ว งานการเกษตร และงานบำบัดน้ำ มายาวนานกว่า 27 ปี ที่พร้อมเติบโตไปกับแผนลงทุนภาครัฐและเอกชน เป็นวัตถุดิบต้นน้ำที่จะไม่โดน Disrupt ขณะที่ราคาขายหินปรับตัวเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง อีกทั้งเป็นบริษัทฯ ที่มีหนี้สินต่ำ โดยมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) เพียง 0.18 เท่า

ด้านนายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร STX ชี้แจงว่า บริษัทฯ มีแผนนำเงินที่ได้จากการระดมทุนหลังหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องประมาณ 172.30 ล้านบาท เพื่อใช้ขยายธุรกิจเหมืองหินและแร่ ผ่านการซื้อเหมืองใหม่ และลงทุนเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำเหมืองอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวม 150 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ 22.30 ล้านบาท ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อรองรับการขยายโอกาสเติบโตในระยะยาว และสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน

 

 


 

ปัจจุบัน STX ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หินอุตสาหกรรมเพื่อการก่อสร้าง และแร่โดโลไมต์ รวมทั้งให้บริการขนส่งให้แก่ลูกค้าที่ไซต์งานอย่างครบวงจร ผ่านการทำเหมืองหิน 2 แห่ง คือ เหมืองหนองข่า ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งผลิตและจำหน่ายหินแกรนิต และเหมืองจอมบึง ที่อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ผลิตและจำหน่ายหินปูนและแร่โดโลไมต์ โดยเหมืองหินแกรนิตซึ่งตั้งอยู่บริเวณภาคตะวันออกของประเทศ มุ่งจำหน่ายให้กับกลุ่มลูกค้าจังหวัดชลบุรี รวมถึงพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และพื้นที่ในบริเวณใกล้เคียง ขณะที่เหมืองหินจอมบึง เน้นจำหน่ายให้กับกลุ่มลูกค้าแถบจังหวัดราชบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง 

สำหรับผลดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปีล่าสุด (ปี 2564-66) STX มีกำไรสุทธิเติบโตอย่างต่อเนื่อง จาก 18.50 ล้านบาท เพิ่มเป็น 21.56 ล้านบาท และ 38.04 ล้านบาท ตามลำดับ ทั้งที่รายได้จากการขายและให้บริการจะผันผวนตามภาวะอุตสาหกรรมก่อสร้างในประเทศ และภาวะเศรษฐกิจ จากที่ทำได้ 355.68 ล้านบาท ปรับลดลงมาที่ 266.38 ล้านบาท ก่อนปรับขึ้นมาที่ 352.90 ล้านบาท ตามลำดับ

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้