SA ประกาศ พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยได้มาตรฐานอาคารสีเขียว ปั้นธุรกิจยั่งยืน เฉพาะปีนี้วางเป้ารายได้ 7 พันล้านบาท

2378 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SA ประกาศ พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยได้มาตรฐานอาคารสีเขียว ปั้นธุรกิจยั่งยืน เฉพาะปีนี้วางเป้ารายได้ 7 พันล้านบาท

 

นายขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ไซมิส แอสเสท (SA) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งแนวสูง และแนวราบ รวมถึงมีธุรกิจที่ต่อยอดจากการพักอาศัย อย่างธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร บริการ health & wellness และเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยแบบ Smart Life เปิดเผยแผนดําเนินธุรกิจปี 2567 ว่า บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมตามหลักการ "THE SUSTAINOVATIVE LIVING" เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย ด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น การใช้พลังงานทางเลือกและอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน การเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ช่วยลดความร้อน ช่วยประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือการนำเอาเทคโนโลยี Air of Life ช่วยกรองอากาศ และเติมอากาศบริสุทธิ์ สำหรับทุกโครงการที่พัฒนา โดยตั้งเป้าให้เป็นอาคารประหยัดพลังงาน สานต่อความสำเร็จจากการพัฒนาโครงการที่ลดการใช้พลังงานได้มากกว่า 40% จนได้รับใบรับรอง EDGE มาตรฐานอาคารสีเขียวจาก IFC ในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทฯ มีขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในตลาดเช่า และตลาดขายอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้น

ที่สำคัญ อาคารประหยัดพลังงาน จะกลายเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระยะต่อไป ดังนั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน บริษัทฯ เตรียมจัดตั้ง บริษัทย่อย ไซมิส เทคโนโลยี ขึ้นมาทำหน้าที่พัฒนานวัตกรรมรองรับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย โดยวางเป้าหมายเบื้องต้น ด้วยการติดตั้ง EV charger 30 สถานี และ Solar Roof ขนาดกําลังผลิตเดือนละไม่ต่ำกว่า 50,000 KWh

ขณะที่เป้าหมายรายได้ปี 2567 นี้ ตั้งไว้ที่ระดับ 7,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามีความท้าทาย เพราะบริษัทฯ คาดว่าจะมีการรับรู้รายได้จากการโอนโครงการ Landmark @ MRTA Station บนถนนพระราม 9 ที่มียอดคงค้าง (Backlog) สิ้นปีก่อนกว่า 4,800 ล้านบาท ในปีนี้ราว 4,100 ล้านบาท อีก 2,000-2,200 ล้านบาท มาจากการโอนโครงการแนวราบ ที่เหลือมาจากรายได้ธุรกิจที่ต่อยอดจากการพักอาศัย ซึ่งบริษัทฯ ได้ขยายพอร์ตเพื่อรองรับธุรกิจท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวไว้ล่วงหน้าแล้ว ช่วยสร้างรายได้ประจำ (Recuring Income) ได้เพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทฯ อยากเห็นรายได้ส่วนนี้มีสัดส่วน 15% ของรายได้รวม ภายใน 5 ปีนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากบริษัทฯ กำลังพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับผู้สูงอายุ (Aged Society) โดยในโครงการจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการเสริม เช่น บริการด้านการแพทย์ และเนอสซิ่งโฮม ใกล้ๆ ศิริราช 

และอีกส่วนหนึ่ง มาจากการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ที่มุ่งตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ที่นิยมเช่าอยู่อาศัยมากกว่าซื้อ ผ่านแบรนด์ Residence รองรับตลาดทั้งซื้อเพื่ออยู่ และซื้อเพื่อเช่า โดยเพิ่มจุดขายจากการมีมืออาชีพภายใต้แบรนด์โรงแรมชั้นนำที่มีความน่าเชื่อถือ มาบริหารจัดการ ซึ่งจะทำให้ผู้อยู่อาศัยได้ Capital Gain ที่เหนือคู่แข่งด้วย

  

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้