1791 จำนวนผู้เข้าชม |
นายชูรัตน์ จึงธนสมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ. ชูวิทย์ฟาร์ม 2019 (CFARM) ผู้ประกอบธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อ ให้กับคู่สัญญาในรูปแบบเกษตรพันธสัญญาแบบประกันราคา เปิดเผยว่า การเดินสายนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ร่วมกับที่ปรึกษาทางการเงิน และแกนนำในการจัดจำหน่ายหุ้น รวม 7 จังหวัด บริษัทฯ มุ่งหวังที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับพื้นฐานธุรกิจ รวมถึงฐานะทางการเงิน เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจถึงขีดความสามารถในการทำธุรกิจ และโอกาสการเติบโตในอนาคต รวมถึงแผนนำเงินจากการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai) มาใช้เพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ ผ่านการลงทุนก่อสร้างฟาร์ม ปรับปรุงโรงเรือนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจฟาร์มปศุสัตว์ เป็นหลัก ส่วนที่เหลือจะนำไปชำระคืนหนี้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ เพื่อต่อยอดการเติบโตของรายได้และกำไรในระยะสั้น รวมถึงการผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะกลางถึงยาว
ที่สำคัญ การที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการฟาร์มอิงมาตรฐานระดับโลกมาตลอด ทำให้สามารถควบคุมเฝ้าระวังโรคระบาดได้ดี สามารถเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น ส่งผลให้ผลดำเนินงานช่วง 3 ปีล่าสุด มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านรายได้และกำไร นอกจากนี้ การที่ความต้องการบริโภคเนื้อไก่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ทำให้เชื่อมั่นว่า นักลงทุนจะให้การตอบรับแผนเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียน เพื่อมุ่งขยายธุรกิจให้มีความแข็งแกร่ง และต่อยอดการเติบโตในอนาคต ของบริษัทฯ เป็นอย่างดี

ขณะที่นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ (APM) ที่ปรึกษาการเงิน เสริมว่า การโรดโชว์ก่อนหน้านี้ ใน 6 จังหวัด ไม่ว่าจะเป็นที่ชลบุรี บุรีรัมย์ ขอนแก่น เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี หรือสงขลา ได้รับเสียงสะท้อนที่ดี โดยเฉพาะจุดแข็งในการทำธุรกิจของ CFARM ทั้งประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญของกลุ่มผู้ก่อตั้ง รวมถึงผู้บริหารที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น ยาวนานกว่า 20 ปี ทำให้มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับคู่สัญญาทุกราย สามารถพัฒนาระบบการผลิตให้ทันสมัย มีกระบวนการเลี้ยงไก่เนื้อได้คุณภาพตรงตามมาตรฐาน ทำให้ทุกฟาร์มเลี้ยงไก่ของบริษัทฯ ได้รับการรับรองเรื่องการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีจากกรมปศุสัตว์ จนกลายเป็นหนึ่งในผู้เลี้ยงไก่เนื้อชั้นนำของประเทศ ด้วยกำลังการผลิตไก่ปีละ 15.9 ล้านตัว
สำหรับแผนในการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เบื้องต้น มีแผนเสนอขายหุ้นทั้งสิ้น 149 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 25.69% ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดที่ออกและจำหน่ายได้แล้ว โดยมีมูลค่าที่ตราไว้ หรือราคาพาร์ หุ้นละ 1 บาท โดยมี บมจ. หลักทรัพย์ บียอนด์ (BYD) และ บมจ. หลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน ประเทศไทย (UOBKH) และบริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม คาดว่า จะสามารถสรุปวันเสนอขายหุ้นได้ในเร็วๆ นี้ และสามารถเข้าซื้อขายวันแรกในตลาด mai ภายในไตรมาส 2 นี้