2306 จำนวนผู้เข้าชม |
นายอมร จุฬาลักษณานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอไอเอ็ม รีท แมนเนจเม้นท์ ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เอไอเอ็ม อินดัสเทรียล โกรท (AIMIRT) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา กองทรัสต์ AIMIRT ได้รับโอนทรัพย์สินและหนี้สินจากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ปิ่นทอง อินดัสเตรียล พาร์ค (PPF) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้พร้อมดำเนินการแปลงสภาพกองทุนรวม PPF เข้ารวมกับกองทรัสต์ AIMIRT เพื่อปิดดีลควบรวมกิจการให้แล้วเสร็จ ด้วยการออกหน่วยลงทุนของกองทรัสต์ AIMIRT จำนวน 196.019 ล้านหน่วย จัดสรรให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม PPF ที่มีรายชื่อปรากฏในทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุน ณ วันปิดสมุดทะเบียน ในสัดส่วน 1 หน่วยลงทุน PPF ต่อ 0.8731 หน่วย AIMIRT พร้อมเงินสดอีก 0.75 บาท ต่อ 1 หน่วยลงทุนของกองทุนรวม PPF คาดว่า กองทรัสต์ AIMIRT จะพร้อมซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ พร้อมกับเพิกถอนกองทุนรวม PPF ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในวันเดียวกัน
ขณะเดียวกัน ผู้ถือหน่วยลงทุนกองทรัสต์ AIMIRT เดิม ยังจะได้รับเงินปันผลสำหรับผลดำเนินงานงวด 4 เดือนแรกปีนี้ และจากกำไรสะสมที่เกิดขึ้ นก่อนเข้าลงทุนในกองทุนรวม PPF ในอัตรารวมหน่วยละ 0.2867 บาท ส่วนผู้ถือหน่วยลงทุนกองทุนรวม PPF เดิม จะได้รับเงินปันผลสำหรับผลดำเนินงานงวด 4 เดือนแรกปีนี้ และจากกำไรสะสมที่เกิดขึ้ นก่อนแปลงสภาพเข้ารวมกับกองทรัสต์ AIMIRT ในอัตราหน่วยละ 1.0314 บาท กำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 13 มิถุนายนนี้ พร้อมกัน
ตลอดช่วงระยะเวลากว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ผู้จัดการกองทรัสต์ AIMIRT มุ่งมั่นและพยายามทำให้ดีลนี้สำเร็จตามแผน แม้จะมีความท้าทายในหลายด้าน เพราะเชื่อมั่นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทรัสต์ AIMIRT และกองทุนรวม PPF เพราะการควบรวมทรัพย์สินของกองทุนรวม PPF เข้ามาจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกองทรัสต์ AIMIRT มากขึ้น ทั้งจากการกระจายตัวของพอร์ตทรัพย์สินเข้าไปในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการมีสัดส่วนการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ (Freehold) เพิ่มจาก 60% เป็น 67% สร้างความมั่นคงของรายได้และผลตอบแทนให้กับกองทรัสต์ได้เป็นอย่างดีในระยะยาว รวมถึงช่วยจัดโครงสร้างเงินทุนให้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน ยังจะได้ประโยชน์จากการประหยัดค่าธรรมเนียมและภาษีในการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะสิ้นสุดในปีนี้ด้วย เพิ่มโอกาสในการจ่ายประโยชน์ตอบแทนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนกองทรัสต์ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังจะต่อยอด Strategic Move ในการร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ บมจ. ปิ่นทอง อินดัสเตรียล พาร์ค (PIN) ซึ่งเป็นมืออาชีพที่จะเข้ามาช่วยบริหารจัดการทรัพย์สินต่อไป
ในทำนองเดียวกัน การย้ายหน่วยลงทุนของกองทุน PPF เข้ามาในกองทรัสต์ AIMIRT ยังช่วยปลดล็อคข้อจำกัดหลายด้าน โดยเฉพาะโอกาสในการเติบโตผ่านการลงทุนเพิ่มในทรัพย์สินที่มีศักยภาพ ซึ่งในปัจจุบันกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ไม่สามารถทำได้ ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ และลดความเสี่ยงจากการลงทุนในทรัพย์สินประเภทเดียว
ธุรกรรมครั้งนี้ ยังเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จของกองทรัสต์ AIMIRT ในฐานะกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์อิสระรายแรก และรายใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่สามารถเลือกลงทุนในทรัพย์สินศักยภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน ดูได้จากมูลค่าทรัพย์สินนับตั้งแต่เริ่มเสนอขายหน่วยลงทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่ 2,140 ล้านบาท ในปี 2561 เพิ่มขึ้นเป็น 13,000 ล้านบาท ในปัจจุบัน