2252 จำนวนผู้เข้าชม |
บมจ. ศรีตรัง แอโกรอินดัสทรี (STA) ผู้นำธุรกิจยางธรรมชาติครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของโลกและผู้ผลิตถุงมือยางอันดับหนึ่งของประเทศไทย ประกาศผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2567 มีกำไรสุทธิ 628.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 290.6% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และเพิ่มขึ้น 471.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) ตามรายได้จากการขายและให้บริการที่เพิ่มขึ้น 9.0% QoQ และ 21.6% YoY เป็น 25,820.5 ล้านบาท สาเหตุหลักราคาขายเฉลี่ยยางธรรมชาติและถุงมือยางที่เพิ่มขึ้น โดยยางธรรมชาติสูงขึ้น 9.0% QoQ และ 19.4% YoY ขณะที่ถุงมือยางสูงขึ้น 12.9% QoQ และ 7.9% YoY ประกอบกับบริษัทฯ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการและขยายตลาดเพื่อเพิ่มยอดขาย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 12.2% จากที่ทำได้ 7.9% ในไตรมาสแรก และ 9.3% ในไตรมาส 2 ปีก่อน
ที่สำคัญ เริ่มเห็นสัญญาณความต้องการใช้ยางธรรมชาติ และถุงมือยาง กลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น หลังจากช่วงก่อนหน้านี้อยู่ในภาวะล้นสต๊อก ส่งผลให้ปริมาณขายยางธรรมชาติขยายตัว 3.6% QoQ แม้จะลดลง 4.3% YoY ตามแผนบริหารการผลิตให้สม่ำเสมอในแต่ละไตรมาส และเริ่มมีคำสั่งซื้อยางแท่งเกรด EUDR เข้ามาจากลูกค้าหลายกลุ่ม ทั้งในสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น อเมริกา อินเดีย หรือจีน ซึ่งเริ่มส่งมอบในไตรมาสนี้แล้ว 1,541 ตัน และมีคำสั่งซื้ออยู่ระหว่างส่งมอบอีกราว 7,000 ตัน ขณะที่ปริมาณขายถุงมือยางธรรมชาติขยายตัว 10.0% YoY แม้จะลดลง 16.5% QoQ แต่เกิดจากผลกระทบของค่าระวางเรือที่ปรับสูงขึ้น ทำให้มีการส่งมอบสินค้าบางส่วนล่าช้าไป
ขณะที่ภาพรวมครึ่งปีแรก บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 49,498.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% YoY และพลิกจากขาดทุนสุทธิในครึ่งแรกปีก่อนมาเป็นกำไรสุทธิ 298.7 ล้านบาท ทำให้นายวีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ STA ออกมาแสดงความมั่นใจว่า จะเห็นผลดำเนินงานครึ่งปีหลังเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง จากราคาขายธรรมชาติที่ยังยืนระดับสูง และความสามารถในการปรับราคาขายถุงมือยางให้สอดคล้องกับภาวะการณ์ และปริมาณขายที่น่าจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะปริมาณขายยางธรรมชาติที่น่าจะทำได้เฉลี่ยไตรมาสละ 3.1 – 3.2 แสนตัน ในจำนวนนี้เป็นยาง EUDR ในสัดส่วน 15-20% และมีแผนเพิ่มสัดส่วนการขายยาง EUDR เป็น 50% ของยอดขายต่อเดือนในเดือนธันวาคมปีนี้ ก่อนเพิ่มเป็น 80% ในปีหน้า