2185 จำนวนผู้เข้าชม |
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยนายรังสรรค์ พวงปราง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการเงินและความยั่งยืน บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) ร่วมนำเสนอข้อมูลผลดำเนินงานประจำไตรมาส 3/2567 ผ่านเวทีประชุมนักวิเคราะห์ (Analyst Meeting) และงานบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน (Opportunity Day) เพื่อฉายภาพธุรกิจช่วงโค้งสุดท้ายของปีว่า ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง ตามความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้น และการขยายสาขาในทำเลศักยภาพ เพิ่มเป็น 2,251 สาขาในปีนี้
ทั้งจากการที่ไตรมาสสุดท้ายของปี เป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวทางการเกษตร รวมถึงการท่องเที่ยว และการจับจ่ายใช้สอยช่วงเทศกาล อีกทั้งยังได้แรงหนุนจากการใช้บริการของสมาชิก PT Max Card และ PT Max Card Plus ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ผนวกกับการพัฒนาบริการ PT Service Master เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้า รวมถึงมีการปรับปรุงสถานีให้ทันสมัยและครบครันมากยิ่งขึ้น ทำให้ยังคงเป้าหมายการเติบโตของปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางที่ 10-15%
หลังจากปริมาณขายน้ำมันช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา เติบโตทำสถิติสูงสุดใหม่ ที่ 5,013 ล้านลิตร ส่งผลให้ธุรกิจ Oil มีการเติบโตของรายได้ 11.0% เป็น 1.54 แสนล้านบาท ขณะที่ธุรกิจ Non-Oil มีการเติบโตของรายได้ 25.8% เป็น 12,492 ล้านบาท จากทุกธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทย ที่มีรายได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 75.1% ผลักดันให้ผลดำเนินงานงวด 9 เดือนปีนี้ มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 90.1% อยู่ที่ 806 ล้านบาท ตามรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 12.0% เป็น 1.67 แสนล้านบาท

สำหรับแผนธุรกิจปีหน้า บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าขยายฐานรายได้ ทั้งจากการเพิ่มฐานสมาชิก PT Max card plus จาก 1.0 ล้านใบ ในปีนี้ เป็น 1.5 ล้านใบ ควบคู่ไปกับการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องทั้งในธุรกิจ Oil และ Non-Oil เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น และการคิดแคมเปญทางการตลาดเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง
ในเบื้องต้น บริษัทฯ มีแผนขยายสาขาสถานีบริการน้ำมันเพิ่มแค่ 50 สาขา แต่หันมาเน้นการปรับปรุงสถานีบริการเดิมราว 70-100 แห่ง ให้มีความสะอาด ทันสมัย และครบครันมากขึ้น เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้ขึ้นมาเป็น 24-25% ส่วนธุรกิจ Non-Oil ตั้งเป้าขยายร้านกาแฟพันธุ์ไทยเพิ่มอีก 600-800 สาขา พร้อมกับเพิ่มจุด Touchpoints ในทำเลที่มีศักยภาพต่อเนื่อง