PLUS มั่นใจ พลิกขาดทุนในไตรมาสแรกมาเป็นกำไรได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 จากการบุกแดนมังกร และอินทรี  

1665 จำนวนผู้เข้าชม  | 

PLUS มั่นใจ พลิกขาดทุนในไตรมาสแรกมาเป็นกำไรได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 จากการบุกแดนมังกร และอินทรี  




บมจ. โรแยล พลัส (PLUS) ประกาศผลดำเนินงานงวดไตรมาสแรกปี 2568 ขาดทุนสุทธิ 44.1 ล้านบาท ขาดทุนสูงขึ้น เมื่อเทียบกับขาดทุนสุทธิ 22 ล้านบาท ในไตรมาสสุดท้ายปีก่อน (QoQ) และมีกำไรสุทธิ 12.8 ล้านบาท ในไตรมาสแรกปีก่อน (YoY) สาเหตุจากรายได้จากการขายที่ลดลง อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากต้นทุนขาย และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น ทั้งจากค่าใช้จ่ายทางการตลาด และค่าวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สูง จากการเป็นช่วงเริ่มต้นพัฒนาสายการผลิตใหม่ สำหรับขวดบรรจุภัณฑ์พลาสติก Aseptic & Warm fill ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นตามไปด้วย ฉุดให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 22% ในไตรมาสแรกปีก่อน และ 7.9% ในไตรมาสสุดท้ายปีก่อน มาอยู่ที่ 3.8%

สำหรับสาเหตุที่รายได้จากการขายลดลง เกิดจากยอดขายผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำผลไม้ผสมเม็ดแมงลักและเมล็ดเจียที่ชะลอตัวลงในทุกภูมิภาค ทั้งจากพฤติกรรมผู้บริโภคในอเมริกา และเอเชีย ที่หันมานิยมน้ำมะพร้าว น้ำนมมะพร้าว เพิ่มขึ้น ทำให้รายได้จากการขายใน 2 ภูมิภาคนี้ลดลง และการได้รับผลกระทบจากปัจจัยเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นการโดนเก็บภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์จากการเกษตร และภาษีความหวานในสหภาพยุโรปที่สูงขึ้น หรือสถานการณ์สงครามทะเลแดง ทำให้รายได้จากการขายในภูมิภาคตะวันออกกลาง และยุโรปชะลอตัว ส่งผลให้รายได้จากการขายลดลง 8.8% YoY อย่างไรก็ตาม การปรับกลยุทธ์มาเน้นรุกส่งออกน้ำมะพร้าวในทุกตลาด ทำให้ยอดขายโดยรวมเพิ่มขึ้น ช่วยให้รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 15.4% QoQ มาอยู่ที่ 286.1 ล้านบาท ถึงแม้จะเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจเครื่องดื่มก็ตาม

พร้อมกันนี้ นายพลแสง แซ่เบ๊ กรรมการผู้อำนวยการ PLUS ได้ออกมาให้ความมั่นใจนักลงทุนว่า จะเริ่มเห็นการฟื้นตัวของผลดำเนินงานตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป จากการเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจเครื่องดื่ม หลังจากได้รับคำสั่งซื้อน้ำมะพร้าวบรรจุในขวด PET จากลูกค้ารายใหญ่ ในตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดเป้าหมายหลัก โดยตั้งเป้ารายได้จากตลาดจีนจะเติบโตสูงถึง 180% และมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 45-50% ของรายได้รวมทั้งปี

ส่วนตลาดอเมริกา เริ่มเห็นคำสั่งซื้อจาก Wallmart เพิ่มเติมเข้ามาแล้ว หลังจากได้สต๊อกสินค้าเป็นจำนวนมากตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีก่อน ขณะเดียวกัน บริษัทฯ เตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ที่ร่วมพัฒนากับลูกค้ารายใหญ่ (Co-Branding) อย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสในการรับจ้างผลิตให้กับลูกค้ารายใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งความกังวลเรื่องผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้าของโดนัลด์ ทรัมป์ น่าจะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าเร่งส่งคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นตามมา

ขณะที่แผนรุกขยายฐานลูกค้าในภูมิภาคต่างๆ ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง จะผลักดันให้รายได้จากการขายในทุกภูมิภาคกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยตั้งเป้ายอดขายทั้งปีในตลาดอเมริกาและยุโรป เติบโต 32% ตลาดแอฟริกา อเมริกาใต้ และโอเชียเนีย เติบโตในระดับ 43-44% ขณะที่ตลาดตะวันออกกลาง เพิ่มขึ้น 9% ประการสำคัญ บริษัทฯ จะมุ่งเน้นควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในทุกขั้นตอน ทำให้เชื่อมั่นว่า จะเห็นการเติบโตของรายได้จากการขายปีนี้เติบโตจากปีก่อน 70-80% ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) ตามเป้าหมายที่วางไว้




Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้