1776 จำนวนผู้เข้าชม |
นางสาวนลิน วิริยะเสถียร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บมจ. หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ ประเทศไทย (MST) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บมจ. เพ็ทพัล โปรดักส์ (PETPAL) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 52.769 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นสัดส่วน 35% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ขยายกำลังการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทั้งโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินงาน และโครงการในอนาคต ผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สอดคล้องไปกับกระแสนิยมในการเลี้ยงสัตว์ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่เหลือนำไปชำระคืนหนี้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ดูได้จากผลวิจัยของ Fortune Business Insights ที่คาดหมายว่า มูลค่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลกช่วงปี 2568-2575 จะขยายตัวจาก 132.92 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 193.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ย 5.5%
ด้านนายวสกร โมรากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด PETPAL ชี้แจงว่า บริษัทฯ ทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารแมวและสุนัขแบบเม็ด รวมถึงทรายแมว ทั้งแบรนด์ตัวเอง และรับจ้างผลิตภายใต้แบรนด์ของลูกค้า อีกทั้งให้บริการครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา การคิดค้นและพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ การเตรียมวัตถุดิบ การผสมสูตรเฉพาะ การขึ้นรูปเม็ดอาหาร การอบแห้ง และบรรจุผลิตภัณฑ์ ให้ได้คุณภาพตรงตามมาตรฐานการผลิตระดับสากล ผ่านโรงงานที่จังหวัดสระบุรี ขนาดกำลังการผลิตปีละ 36,000 ตัน ต่อเนื่องไปจนถึงการให้บริการขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์เลี้ยงให้กับลูกค้า และการจัดส่งสินค้า
สำหรับโครงสร้างรายได้ของบริษัทฯ กว่า 80% มาจากธุรกิจรับจ้างผลิตอาหารแมวและสุนัข ภายใต้แบรนด์ลูกค้า ส่วนที่เหลือมาจากการจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงแบรนด์ของบริษัทฯ เอง ซึ่งมีการเติบโตเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ สอดคล้องกับแผนคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ครบถ้วน ทั้งเกรดประหยัด แบรนด์ Smillie เกรดมาตรฐาน แบรนด์ Boom และ MYPETS กับเกรดพรีเมี่ยม แบรนด์ Boom Gold และ Animeals ควบคู่ไปกับแผนขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มมูลค่าธุรกิจในระยะยาว รวมถึงเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับตัวให้สอดคล้องกับตลาดที่มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ อีกทั้งยังช่วยกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพิงลูกค้า หรือตลาดใดตลาดหนึ่งไม่ให้มากจนเกินไป

ขณะที่ผลดำเนินงาน 3 ปีล่าสุด (ปี 2565-67) บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 41.40 ล้านบาท 26.29 ล้านบาท และ 66.20ล้านบาท โดยการลดลงของกำไรปี 2566 มีผลจากยอดขายที่หดตัวลง หลังจากลูกค้ารายใหญ่ที่เป็นผู้ว่าจ้างผลิตสินค้า มีการสั่งซื้อสินค้าเพื่อกักตุนเป็นจำนวนมากในปี 2565 เพื่อบริหารความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของการขนส่ง ก่อนกลับมาสั่งซื้อในระดับปกติในปี 2567 ส่งผลให้ยอดขายชะลอตัวจาก 601.46 ล้านบาท ในปี 2565 เหลือ 574.17 ล้านบาท ก่อนเพิ่มเป็น 682.72 ล้านบาท ตามลำดับ โดยสิ้นปี 2567 บริษัทฯ มีลูกค้ารายใหญ่ในสัดส่วนเพียง 20% และมีการส่งออกสินค้าทั้งจากการรับจ้างผลิต และจำหนายภายใต้แบรนด์ตัวเองรวมกัน 61%
ส่วนผลดำเนินงานงวดไตรมาสแรก บริษัทฯ มียอดขายเพิ่มขึ้น 8.07% จากช่วงเดียวกันปีก่อน มาอยู่ที่ 181.82 ล้านบาท หนุนให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 41.67% มาอยู่ที่ 27.20 ล้านบาท