1737 จำนวนผู้เข้าชม |
บมจ. ผลิตภัณฑ์ตราเพชร (DRT) ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์และบอร์ดไฟเบอร์ซีเมนต์ บอร์ดตกแต่งผนัง อิฐมวลเบา บริการติดตั้งโครงหลังคาสำเร็จรูปและกระเบื้องหลังคา พื้น บันได และผนังพร้อมบริการติดตั้ง SPC Solutions ครบวงจร รายงานผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 96.6 ล้านบาท ลดลง 35.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และลดลง 9.0% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ตามรายได้จากการดำเนินงานที่ลดลง 10.9% YoY และ 10.4% QoQ มาอยู่ที่ 980.7 ล้านบาท ถูกกดดันจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาระดับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อทำกิจกรรมทางการตลาด การส่งเสริมการขาย ควบคู่ไปกับการปรับลดราคาขาย เพื่อกระตุ้นยอดขายให้สอดคล้องกับภาวะชะลอตัวของตลาดวัสุดก่อสร้างและตกแต่ง และกำลังซื้อที่อ่อนแรง หรือการที่ต้นทุนวัตถุดิบปูนซีเมนต์ปรับสูงขึ้น ฉุดยอดขายผลิตภัณฑ์อิฐมวลเบา กระเบื้องหลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์ และกระเบื้องคอนกรีตลดลง รวมถึงไม่สามารถใช้กำลังการผลิตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ กดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวจากระดับ 25% ในปีก่อน ลงมาที่ระดับ 22-23% ส่งผลต่อเนื่องให้รายได้และกำไรครึ่งแรกปีนี้ชะลอตัวจากครึ่งแรกปีก่อน โดยรายได้ลดลง 9.6% มาอยู่ที่ 2,585.2 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอ่อนตัว 42.7% เป็น 202.7 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ พร้อมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล จากผลดำเนินงานครึ่งปีแรก ในอัตราหุ้นละ 0.18 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (วันขึ้น XD) 1 กันยายน ก่อนจ่ายเงินตามมาในวันที่ 12 กันยายน เพื่อตอกย้ำมาตรฐานในการเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ ในทุกสภาวะเศรษฐกิจ ตามแนวนโยบายที่วางไว้ นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ช่วงปลายปี 2548 เป็นต้นมา
โอกาสนี้ นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DRT ได้ชี้แจงแนวทางการดำเนินธุรกิจครึ่งปีหลังด้วยว่า จะพยายามผลักดันผลดำเนินงานให้ใกล้เคียงกับปีก่อน ด้วยการรุกตลาดส่งออก โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียน ให้มากขึ้น เพื่อชดเชยการชะลอตัวของตลาดในประเทศ เนื่องจากเศรษฐกิจหลายประเทศมีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าไทย อีกทั้งแบรนด์สินค้าวัสดุก่อสร้างและตกแต่งจากไทยได้รับการยอมรับเรื่องคุณภาพ รวมถึงขยายช่องทางจำหน่ายให้กระจายตัวในทุก segment ทั้งการนำเสนอสินค้านวัตกรรมวัสดุก่อสร้างและตกแต่ง และบริการในรูปแบบโซลูชันต่างๆ พร้อมการรับประกัน เพื่อผลักดันยอดขายในประเทศ โดยเตรียมใช้ประโยชน์จากกำลังการผลิตใหม่ของโรงงานอิฐมวลเบา AAC-2 จังหวัดสระบุรี ช่วยเพิ่มยอดขายตั้งแต่ปลายปีนี้