1341 จำนวนผู้เข้าชม |
บมจ. ซินเน็ค ประเทศไทย (SYNEX) รายงานผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 190 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ตามการเติบโตของยอดขายในทุกกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะกลุ่ม Apple ที่มีสินค้าเพียงพอ และสามารถขยายช่องทางจำหน่ายในต่างจังหวัดได้ครอบคลุมทั่วประเทศมากขึ้น กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ Gaming & Gadget ซึ่งได้ปัจจัยหนุนจากการเปิดตัว Nintendo Switch รุ่นใหม่ และเกมแบบแผ่นช่วยกระตุ้นยอดขาย ผลักดันให้รายได้จากการดำเนินงานเติบโต 16.9% YoY และ 4.4% QoQ มาอยู่ที่ 11,655 ล้านบาท พร้อมกับสนับสนุนให้ผลดำเนินงานครึ่งปีแรกเติบโตเป็นเลข 2 หลัก จากครึ่งแรกปีก่อน โดยกำไรสุทธิเติบโต 21.4% เป็น 378 ล้านบาท ตามรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 16.6% เป็น 22,814 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาล ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (วันขึ้น XD) 26 สิงหาคมนี้ และกำหนดจ่ายเงินวันที่ 10 กันยายน
ขณะเดียวกัน นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายปัญญา พูนเพิ่มผลสิริ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและการตลาด SYNEX ได้ร่วมกันให้ข้อมูลแนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลัง ผ่านกิจกรรมบริษัทพบนักลงทุน (Opportunity day) และการประชุมนักวิเคราะห์ (Analyst Meeting) สรุปประเด็นได้ว่า พร้อมมุ่งเน้นสร้างการเติบโตจากสินค้ากลุ่มกำไรสูงเต็มตัวขึ้น ควบคู่ไปกับการวางกลยุทธ์การตลาดทุกกลุ่มสินค้า ให้สอดคล้องกับการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของตลาดเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวสมาร์ทโฟน หรือ Smart Device ที่ผสาน AI รุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะการเปิดตัว iPhone 17 เสริมพอร์ต Apple รวมถึงการเปิดตัวเกม และอุปกรณ์เสริมใหม่ เพิ่มเติมจากการใช้กลยุทธ์การตลาด กระตุ้นยอดขาย Nintendo Switch 2 ให้ได้ 1 แสนเครื่องตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ตลอดจนการอัปเกรดระบบปฏิบัติการจาก Windows 11 สู่ Windows 12 ที่มาพร้อมฟีเจอร์ AI เต็มรูปแบบ ช่วยกระตุ้นตลาดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอทีให้เติบโตต่อเนื่อง สอดคล้องไปกับความต้องการเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรให้พร้อมรับเศรษฐกิจดิจิทัล และกระแส AI ของหน่วยงานภาครัฐ ต่อยอดรายได้จากงานโครงการ และโซลูชันครบวงจร สนับสนุนให้รายได้ทั้งปีเติบโต 10-15% สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) รอบใหม่ ตามแผนที่วางไว้
สำหรับผลกระทบจากการที่อเมริกาปรับเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าทั่วโลก ในเบื้องต้น บริษัทฯ ยังไม่เห็นการปรับเพิ่มราคาสินค้าอย่างชัดเจน ทำให้ต้องติดตามต่อไปว่า การเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ช่วงปลายปีนี้ จะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงไร