SCC ปักหมุดใช้เวียดนามเป็นฐานผลิตและส่งออกตลาดโลกเต็มตัวในทุกธุรกิจ มุ่งเติบโตยั่งยืน

1950 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SCC ปักหมุดใช้เวียดนามเป็นฐานผลิตและส่งออกตลาดโลกเต็มตัวในทุกธุรกิจ มุ่งเติบโตยั่งยืน

 

 

 

บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) หรือกลุ่มเอสซีจี (SCG) ประกาศเดินหน้าใช้เวียดนามเป็นฐานการผลิต (Strategic Hub) เพื่อขยายตลาดภูมิภาคอาเซียน และส่งออกตลาดโลก ทั้งธุรกิจวัสดุตกแต่งพื้นผิวภายในและภายนอก และสุขภัณฑ์ ธุรกิจซีเมนต์ และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง รวมถึงธุรกิจบรรจุภัณฑ์ อย่างเต็มตัว เสริมเพิ่มจากธุรกิจปิโตรเคมี ที่ทาง บมจ. เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) เข้าไปลงทุนตั้งโรงงานปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกในเวียดนาม ในโครงการลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ (LSP) โดยใช้ความได้เปรียบด้านต้นทุนที่ต่ำ (ค่าแรง, ค่าไฟฟ้า) และข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างศักยภาพการผลิต และห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร ผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืน หลังจากที่ผ่านมา กลุ่ม SCG ทยอยเข้าไปลงทุนอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็น 28% ของสินทรัพย์รวม 

โดยธุรกิจวัสดุตกแต่งพื้นผิวภายในและภายนอก และสุขภัณฑ์ จะใช้ PRIME Group ที่เป็นบริษัทย่อยของ บมจ. เอสซีจี เดคคอร์ (SCGD) เป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกสินค้ากระเบื้องเซรามิก และเกรซ พอร์ซเลน ไปยังตลาดอาเซียนและตลาดใหม่ๆ เพิ่มเติมจากตลาดเวียดนามที่เป็นผู้นำตลาดในทุกวันนี้แล้ว เพราะมีความได้เปรียบเรื่องต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ก่อนเพิ่มประเภทผลิตภัณฑ์ เริ่มจากกลุ่มสุขภัณฑ์ COTTO ก่อนต่อยอดไปยังสินค้าเกี่ยวเนื่อง อย่าง ปูนกาวซีเมนต์ และยาแนวกระเบื้อง

ส่วนธุรกิจซีเมนต์ และการก่อสร้าง จะใช้จุดแข็งจากการมีฐานการผลิตในเวียดนาม ทั้งที่ภาคกลางและใต้ ด้วยกำลังการผลิตปูนเม็ดปีละ 3 ล้านตันต่อปี และปูนซีเมนต์ปีละ 4 ล้านตัน เร่งพัฒนาปูนคาร์บอนต่ำขายทั้งในไทย และส่งออกสู่ตลาดโลก ตามนโยบาย Green Building เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับธุรกิจบรรจุภัณฑ์ จะใช้บริษัทร่วมทุน Vina Kraft Paper ซึ่ง บมจ. เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP) ถือหุ้นในสัดส่วน 70% ที่มีฐานการผลิตทางตอนใต้ของเวียดนาม และการลงทุนสร้างคอมเพล็กซ์แห่งใหม่ทางตอนเหนือของเวียดนาม สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็นปีละ 870,000 ตัน ในต้นปี 2567 รุกขยายตลาดเวียดนาม และตลาดตอนใต้ของจีน สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ก่อนจะเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้สูงขึ้น ผ่านการผนึกกำลังร่วมกันภายในเครือ SCGP เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และพัฒนาโซลูชันด้านบรรุภัณฑ์แบบครบวงจรให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้พร้อมรองรับความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เติบโตเพิ่มขึ้นในภูมิภาค และใช้บริษัทย่อยแห่ง Go-Pak International ที่เพิ่งจัดตั้งใหม่ เป็นหัวหอกในการจำหน่ายเพื่อส่งออก เสริมศักยภาพการขายข้ามกลุ่มธุรกิจของ SCGP

 

 

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้