1824 จำนวนผู้เข้าชม |
บมจ. ธนาคารไทยเครดิต (CREDIT) จัดประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (Analst Meeting) ชี้แจงผลดำเนินงานงวดปี 2568 ที่เติบโตแข็งแกร่งเกินความคาดหมายตลาด พร้อมเปิดเผยแผนธุรกิจปี 2569 สรุปสาระสำคัญได้ว่า พร้อมสานต่อความสำเร็จจากปี 2568 ที่ธนาคารสามารถสร้างสถิติกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) ที่ 4,016.3 ล้านบาท (กำไรเพิ่มขึ้น 10.8% จากปีก่อนหน้า สาเหตุจากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ถึง 22.3% จากการระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ และการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ได้ดีขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ และคุณภาพสินเชื่อดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หนี้เสีย (NPL) ลดลงจาก 4.4% ในปีก่อนหน้าลงมาที่ 4.2%) สอดคล้องกับเป้าหมายในการขยายสินเชื่อที่ตั้งไว้ที่ 10-15% เมื่อสามารถขยายสินเชื่อได้เพิ่ม 1.87 หมื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโต 11.5% ทำให้เงินให้สินเชื่อปรับตัวขึ้นมาที่ 1.81 แสนล้านบาท โดยสินเชื่อบุคคลเติบโตอย่างโดดเด่น สูงถึง 41.6% ขณะที่สินเชื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี และสินเชื่อที่มีบ้านเป็นหลักประกัน มีการเติบโต 13.1% และ 10.6% ตามลำดับ
โดยปีนี้ ธนาคารยังคงตั้งเป้าขยายสินเชื่อเพิ่ม 10% จากทุกประเภทสินเชื่อ ยกเว้นสินเชื่อนาโนและไมโครไฟแนนซ์ ที่จะยังคงระมัดระวังต่อเนื่อง เพื่อควบคุม NPL ให้ต่ำกว่า 4.5% และลดค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (credit cost) เหลือ 1.5-2.0% ขณะเดียวกัน จะเดินหน้าพัฒนาระบบการให้บริการด้านดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงสร้างโอกาสในการขยายสินเชื่อ และช่วยเหลือลูกค้าในอนาคต ซึ่งจะช่วยให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to income ratio) ปรับลดลง และเพิ่มส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ให้เข้มแข็งขึ้น เฉพาะปีนี้ ตั้งเป้าควบคุม Cost to income ratio) ให้ลดลงมาในกรอบ 42-44% ขณะที่ NIM จะดูแลให้อยู่ในกรอบ 7.5-8.0% พร้อมกับให้ความสำคัญในการบริหารจัดการเงินทุนให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อเพิ่ม ROE ให้สูงขึ้นจากปีก่อนเป็น 16-20% (รักษาสถิติสูงที่สุดในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ได้อย่างต่อเนื่อง) ช่วยยกระดับการจ่ายเงินปันผลให้สูงขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มในระยะยาว ควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้กับระบบเศรษฐกิจฐานราก และสังคมไทยในระยะยาว เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกระดับสังคม

แผนงานข้างต้น ทำให้นักวิเคราะห์หุ้นกลุ่มธนาคาร จากพาย (Pi) โกลเบล็ก (GBS) และซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (CGSI) มั่นใจว่า CREDIT จะสามารถยกระดับการเติบโตของกำไร ขึ้นมาเกิน 4,300 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์รอบใหม่ (New All Time High) ทำให้ปรับราคาเหมาะสมเฉลี่ยขึ้นมาที่ 24 บาท แต่ด้วยข้อจำกัดของอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 20% ทำให้ยังไม่อาจคาดหวังเงินปันผลได้เกิน 4%