กรุงศรี ฉายภาพการลงทุนปี 2569 ยังผันผวนสูง แนะลดน้ำหนักพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว และหุ้นเทคอเมริกา เพิ่มน้ำหนักหุ้นตลาดเกิดใหม่

1474 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กรุงศรี ฉายภาพการลงทุนปี 2569 ยังผันผวนสูง แนะลดน้ำหนักพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว และหุ้นเทคอเมริกา เพิ่มน้ำหนักหุ้นตลาดเกิดใหม่


 

 

บมจ. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ร่วมกับบริษัทในเครือ และพันธมิตร อย่าง Alliance Global, Invesco หรือ บลจ. เกียรตินาคินภัทร (KKPAM) จัดงานสัมมนา KRUGNSRI EXCLUSIVE Investment Outlook 2026  หัวข้อ Building Resilient Portfolios in Volatile World จัดขึ้นที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ เพื่อให้มุมมองด้านเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2569 ให้กับลูกค้ากรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ สรุปใจความสำคัญว่า แม้ปี 2569 จะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่ความเสี่ยงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และปัจจัยเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการจัดระเบียบโลกใหม่ ที่เต็มไปด้วยการแบ่งขั้วทางสังคมและการเมือง ยังเป็นแรงกดดันสำคัญ โดยความเสี่ยงระยะสั้น ช่วง 1–2 ปีนี้ จะมาจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก รองลงมาคือปัญหาข้อมูลบิดเบือนและความแตกแยกทางสังคม ส่วนความเสี่ยงระยะยาวใน 10 ปีข้างหน้า จะโยงกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศสุดขั้ว ทำให้กลยุทธ์การจัดพอร์ตปี 2569 นี้ ควรให้น้ำหนักไปที่หุ้นมากกว่าตราสารหนี้ และหลีกเลี่ยงการถือครองพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว เนื่องจากหากเกิดภาวะเงินเฟ้อแฝงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยที่อาจขยับขึ้นจะทำให้ราคาพันธบัตรปรับลดลง 

สำหรับธีมการลงทุนหุ้น จะเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการเติบโตที่กระจุกตัวในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ไปสู่หุ้นขนาดกลางและเล็กที่เน้นการเติบโต (Mid-cap & Small-cap Growth) รวมถึงหุ้นกลุ่มวัฏจักร (Cyclicals) ซึ่งจะทำผลงานได้ดีเป็นพิเศษในช่วงต้นของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในหุ้นตลาดเกิดใหม่ (รวมถึงหุ้นไทยและเอเชีย) และอาจโยกเงินบางส่วนลงทุนหุ้นในธีมเทคโนโลยีหรือ AI ในหุ้นกลุ่ม China AI ของจีน ซึ่งมีความแตกต่างจากอเมริกาอย่างชัดเจน เพราะจะเน้นการประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ ผสานเข้ากับหุ่นยนต์และภาคการผลิตขั้นสูง ซึ่งมี Use Case ในการสร้างรายได้ที่จับต้องได้จริง

ประการสำคัญ นักลงทุนควรทบทวนพอร์ตทุก 3 เดือน เพื่อให้ปรับตัวได้เข้ากับสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนไป สามารถประเมินผลดำเนินงานได้ทันท่วงที หากราคาสินทรัพย์บางตัวเติบโต หรือลดลงมากเกินไป และช่วยให้มั่นใจได้ว่าพอร์ตยังคงสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว

ขณะที่นายวิรัตน์ วิทยศรีธาดา ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์และที่ปรึกษาการลงทุน และหัวหน้าทีม Krungsri Investment Intelligence แนะนำกลยุทธ์จัดพอร์ตโดยมี Global Equity เป็นแกนหลัก (Core Port) และหาจังหวะลงทุนระยะสั้น (Tactical) ในตลาด Non-US โดยใช้ประโยชน์จาก 5 กองทุนเรือธงที่กลุ่มกรุงศรี พัฒนาร่วมกับพันธมิตร  ประกอบด้วย กองทุนตราสารหนี้ KF-CSINCOME เพื่อสร้างกระแสเงินสดหรือรายได้สม่ำเสมอ กองทุนหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก KFHTECH-A เน้นการกระจายลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำขนาดใหญ่ และบริษัทที่มีศักยภาพเติบโตสูง เพื่อสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม กองทุน KF-GEI-A ที่มุ่งสร้างสมดุลให้กับพอร์ต จากการเน้นลงทุนหุ้นบริษัทระดับผู้นำ ที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง สามารถจ่ายปันผลเติบโตได้อย่างสม่ำเสมอเป็นหลัก ผสมผสานเข้ากับหุ้นเทคโนโลยีที่ Valuation สมเหตุสมผลอีกส่วนหนึ่ง เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน กองทุน KFGDB-A ที่มีขอบเขตการลงทุนกว้าง ครอบคลุมทั้งหุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ และสินทรัพย์ทางเลือก มีจุดเด่นตรงการปรับพอร์ตเชิงรุก (Active Rotation) ให้เหมาะกับภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา เพื่อสร้างสมดุลระหว่างผลตอบแทนและความผันผวน รวมถึงกองทุน KKPGNP-H ที่เน้นคัดเลือกหุ้นที่มีศักยภาพสูงในระยะยาว เพื่อสร้างผลตอบแทนเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง

 

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้