1387 จำนวนผู้เข้าชม |
นายชยุตม์ หลีหเจริญกุล (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบัญชีและการเงิน พร้อมด้วยนางสาวลินดา เอนกรัชดาพร (ขวาสุด) ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์และนักลงทุนสัมพันธ์ และนางสาวฐิติรัตน์ พุทธิวงศาสุนทร (ซ้ายสุด) ผู้จัดการแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ บมจ. เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (SSP) ร่วมนำเสนอข้อมูลในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) สำหรับผลดำเนินงานปี 2568 โดยระบุ จะเริ่มเห็นผลดำเนินงานเติบโตรอบใหญ่ครั้งใหม่อย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป หนุนจากการรับรู้รายได้จากโครงการโซลาร์ฟาร์ม LEO2 ในญี่ปุ่น เต็มปีเป็นครั้งแรก รวมถึงการเก็บเกี่ยวดอกผลจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต (Repowering) โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ SPN ในประเทศ ที่ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเห็นผลตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายปีก่อน (ช่วยผลักดันให้ผลดำเนินงานงวดไตรมาสสุดท้ายปี 2568 ทำสถิติดีที่สุดของปี) และการเริ่มเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขยะชุมชนในประเทศ 2 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 19.8 เมกะวัตต์ (MW) ในไตรมาสสุดท้ายปีนี้ ช่วยผลักดันให้กำลังการผลิตติดตั้งรวมขยายตัวจาก 367 MW เป็น 386.2 MW ส่งผลให้รายได้จากการขายไฟฟ้าเติบโตสูงขึ้น ก่อนเติบโตก้าวกระโดดในปี 2570 ขานรับการทยอยเดินเครื่องโรงไฟฟ้าใหม่อีก 4 โครงการ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศ 3 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 108.6 MW และโรงไฟฟ้าพลังงานลม BAGO ในฟิลิปปินส์ กำลังการผลิตติดตั้ง 150 MW สนับสนุนให้กลุ่มบริษัทฯ สามารถบรรลุเป้าหมายกำลังการผลิตติดตั้งแตะระดับ 1,000 MW ในปี 2573 พร้อมเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว ตามแผนที่วางไว้
สำหรับผลดำเนินงานปี 2568 ที่ผ่านมา SSP มีกำไรปกติ 618.7 ล้านบาท ลดลง 25% จากปี 2567 ถูกกดดันจากปริมาณผลิตไฟฟ้าในโครงการ SPN อยู่ในระดับต่ำ จากการทยอยเปลี่ยนแผง solar ตั้งแต่ต้นปีไปจนถึงไตรมาส 3 และการสิ้นสุดระยะเวลาสนับสนุนค่า Adder ในโครงการดังกล่าว 40 MW ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา อีกทั้งโครงการ TTTV มีการซ่อมบำรุงสายส่งไฟฟ้าใต้ทะเลในไตรมาสแรก ส่งผลให้รายได้จากการขายไฟฟ้าทั้งปีลดลง 7% มาอยู่ที่ 3,263.9 ล้านบาท พร้อมกับฉุดให้อัตรากำไรสุทธิปรับลดลงจาก 21.69% ในปี 2567 ลงมาเหลือ 17.17%