35 จำนวนผู้เข้าชม |
นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์ และพัฒนาองค์กร บมจ. เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) เปิดเผยถึงการที่คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ออกมาตรการระงับการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบนอกราชอาณาจักรเป็นระยะเวลา 1 ปี มีผลตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน ปี 2569 เป็นต้นไป ว่า มาตรการดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัทฯ เพราะสามารถนำน้ำมันปาล์มดิบที่เคยส่งออกมาเข้ากระบวนการผลิตเป็นไบโอดีเซล B100 รวมถึงการปรับลยุทธ์การจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ ผ่านบริษัทในเครือ ปาโก้ เทรดดิ้ง (PACO) ซึ่งทำหน้าที่รวบรวมและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบทั้งในและต่างประเทศรายใหญ่ของประเทศ มาเน้นจำหน่ายในประเทศเต็มตัว ทำให้มีความพร้อมที่จะตอบสนองความต้องการบริโภคในประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น พร้อมกับช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประการสำคัญ บริษัทในเครือ นิว ไบโอดีเซล (New Biodiesel) พร้อมรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบที่ต้องส่งออก หรือผลผลิตใหม่ที่กำลังจะออกในอนาคต ในราคายุติธรรมตามกลไกตลาด มาผลิตไบโอดีเซลเต็มกำลังการผลิต วันละกว่า 1.3 ล้านลิตร หรือเดือนละ 40 ล้านลิตร เพื่อส่งมอบให้ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ (Major Oil) ตามสัดส่วนการผสมที่ภาครัฐกำหนด ยิ่งโครงการขยายกำลังการผลิตโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ เฟสสอง เพิ่มอีกวันละ 3,600 ตัน และศักยภาพในการขนส่งน้ำมันปาล์ม น้ำมันไบโอดีเซล และสินค้าทั่วไป จากกองรถกว่า 160 คัน กองเรืออีก 13 ลำ และการมีคลังสินค้า ขนาดพื้นที่จัดเก็บน้ำมันปาล์มและน้ำมันไบโอดีเซลรวมกว่า 240,000 ตัน และท่าเทียบเรือใน 2 ทำเลยุทธศาสตร์ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ยังช่วยเสริมขีดความสามารถในการกระจายสินค้า ทำให้สามารถบริหารจัดการระบบซัพพลายเชนได้อย่างมีเสถียรภาพ สร้างการประหยัดจากขนาด (Economy of scale) ช่วยให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยปรับลดลง หนุนให้อัตรากำไรสูงขึ้น สนับสนุนให้รายได้มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ