BAM คืนชีวิต บ้านพระพิทักษ์ บ้านไม้สองชั้นอายุ 88 ปี พลิกฟื้นทรัพย์รอการขายสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน

23 จำนวนผู้เข้าชม  | 

BAM คืนชีวิต บ้านพระพิทักษ์ บ้านไม้สองชั้นอายุ 88 ปี พลิกฟื้นทรัพย์รอการขายสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน


 

 

บมจ. บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (BAM) ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือกับสถาบันอาศรมศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยการผสานศิลปะ และภูมิปัญญาชุมชน มุ่งสร้างคุณค่าแก่สังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างสมดุล ภายใต้โครงการทรัพย์แผ่นดิน ต้นแบบการฟื้นฟูสินทรัพย์ เพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ คืนชีวิตบ้านพระพิทักษ์ อายุ 88 ปี พร้อมฟื้นย่านเมืองเก่าตรอกตึกดินที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สู่พื้นที่สร้างสรรค์เชื่อมโยงผู้คน มอบโอกาสใหม่ สร้างรายได้ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชุมชน ปั้นเป็นโมเดลต้นแบบในการพัฒนาสินทรัพย์ 

สำหรับโครงการทรัพย์แผ่นดิน ต้นแบบการฟื้นฟูสินทรัพย์เพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เกิดขึ้นจากบริษัทฯ มองว่า สินทรัพย์รอการขาย (NPA) เป็นทรัพย์ของแผ่นดิน ที่มีศักยภาพในการต่อยอด เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและชุมชน ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ แต่การพัฒนาจะเกิดคุณค่าได้อย่างแท้จริง ต้องตั้งอยู่บนความเข้าใจของบริบทพื้นที่ ประวัติศาสตร์ และผู้คน รวมถึงการให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชน ถึงจะทำให้การพัฒนา NPA สามารถสร้างคุณค่าร่วม ที่ผสมผสานแนวคิดพื้นที่สุขภาวะ (Well-being) เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมเชิงวัฒนธรรม สามารถตอบโจทย์ทั้งการอนุรักษ์คุณค่าของพื้นที่ และการใช้งานในปัจจุบัน รวมถึงอนาคตได้อย่างเหมาะสม 

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM ชี้แจงเหตุผลในการเลือกพัฒนาบ้านพระพิทักษ์ บ้านไม้สองชั้นเก่าแก่ อายุ 88 ปี บนเนื้อที่ 135.1 ตารางวา มูลค่ากว่า 36.78 ล้านบาท ให้กลายเป็นโมเดลต้นแบบของการนำ NPA มาคืนชีวิต และต่อยอดให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านสังคมและด้านธุรกิจแบบยั่งยืน เกิดจากบ้านพระพิทักษ์ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพย่านเมืองเก่า ใกล้เสาชิงช้า และศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดดเด่นรายล้อมด้วยร้านอาหารชื่อดัง และจุดเช็กอินสำคัญ มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และอัตลักษณ์ของพื้นที่ คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 8 เดือน ในการออกแบบอนาคตของย่านเมืองเก่าให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

ด้านอาจารย์ธีรพล นิยม ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันอาศรมศิลป์ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท สถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อม อาศรมศิลป์ เสริมว่า สถาบันคาดหวังว่าบ้านพระพิทักษ์จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเมืองรูปใหม่ที่เชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และเศรษฐกิจเข้าด้วยกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งต้องขอบคุณ BAM ที่เล็งเห็นคุณค่าของสินทรัพย์ ไม่ใช่เพียงในมิติของมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่รวมถึงคุณค่าทางสังคม วัฒนธรรม และศักยภาพในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน และเชื่อมั่นว่าความร่วมมือนี้จะสร้างคุณค่าระยะยาวต่อชุมชน เมือง และสังคม 

และหลังจากโครงการเสร็จสมบูรณ์ ในระยะแรก บริษัทฯ มีแนวคิดจะใช้พื้นที่บริเวณบ้านพระพิทักษ์จัดกิจกรรมแสดงผลงานด้านศิลปะ พร้อมผลักดันเป็นแลนด์มาร์กการท่องเที่ยวแห่งใหม่ เชื่อมต่อเศรษฐกิจกับย่านเมืองเก่าโดยรอบ ทำให้ย่านนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในวงกว้าง ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ ได้กว่า 600 คนให้ดีขึ้น ผ่านการดึงดูดกลุ่มคนใหม่ๆ ให้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของย่านนี้อย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่มีผู้สัญจรและนักท่องเที่ยวเข้ามาราว 3,000 คน และเม็ดเงินจับจ่ายใช้สอยเพิ่มสูงขึ้น สร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ ช่วยกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมระดับชุมชนทั้งในเชิงสังคมและเศรษฐกิจ สร้างคุณค่าครบทั้ง 5 ดี ไม่ว่าจะเป็นดีต่อพนักงาน ดีต่อผู้ถือหุ้น ดีต่อลูกค้าและลูกหนี้ ดีต่อสังคม หรือดีต่อประเทศ ซึ่งถือเป็นหลักการดำเนินงานของ BAM

หลังจากนี้ BAM พร้อมต่อยอดโครงการทรัพย์แผ่นดินฯ ในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเมืองอย่างมีคุณภาพ ควบคู่ไปกับการเดินหน้าพลิกฟื้นสินทรัพย์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน



        

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้