UBE เชื่อ เอทานอลยังเด่น แต่พร้อมปั้น New S-Curve จากอาหารนวัตกรรม Longevity Trend และสินค้า HVP

931 จำนวนผู้เข้าชม  | 

UBE เชื่อ เอทานอลยังเด่น แต่พร้อมปั้น New S-Curve จากอาหารนวัตกรรม Longevity Trend และสินค้า HVP


 

 

นายพลากร สุวรรณรัฐ ประธานกรรมการ (แถวนั่งที่ 5 จากซ้าย) นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ (แถวนั่งที่ 6 จากซ้าย) พร้อมด้วยคณะกรรมการ และผู้บริหาร บมจ. อุบล ไบโอ เอทานอล (UBE) จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) เมื่อเร็วๆ นี้ โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติทุกวาระตามที่คณะกรรมการนำเสนอ โดยเฉพาะการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลดำเนินงานปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.0153 บาท กำหนดจ่ายเงินวันที่ 6 พฤษภาคมนี้

โอกาสนี้ ผู้บริหารได้ชี้แจงแนวทางดำเนินธุรกิจปี 2569 ด้วยว่า พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ Beyond Ethanol เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งจากธุรกิจหลักเอทานอล ที่ยังคงเป็นรากฐานที่แข็งแกร่ง พร้อมกับสร้าง New S-Curve ผ่านการยกระดับธุรกิจไปสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี รวมทั้งสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง (High Value Products - HVP) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนของธุรกิจเอทานอล ทั้งยังรับกับเทรนด์ความมั่นคงทางอาหารแห่งอนาคต และกระแสสุขภาพโลกที่หันมาบริโภคผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ปลอดการใช้สารเคมี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาว (Longevity Trend) อย่างแท้จริง

โดยธุรกิจเอทานอล พร้อมปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง ลดความสูญเสียในทุกรูปแบบ และเพิ่มคุณค่าให้ลูกค้า ภายใต้หลักการ Operational Excellence เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างโอกาสการเติบโตใหม่ และนำพาธุรกิจรุกสู่ตลาดสากลในระยะยาว สำหรับภาพะระยะสั้นปีนี้ พร้อมให้การสนับสนุนมาตรการส่งเสริมไบโอดีเซล E20 ของภาครัฐอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ และลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก

ส่วนธุรกิจแป้งมันสำปะหลังและฟลาว จะให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายยิ่งขึ้น มุ่งเน้นไปที่ HVA ที่สอดรับกับเทรนด์สุขภาพและนวัตกรรมอาหารระดับสากล หลังจากปีก่อน ประสบความสำเร็จในผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลังออร์แกนิก ฟลาวมันสำปะหลัง (Organic Starch, Flour) ทำให้สามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ได้อย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น ภายใต้แบรนด์โอชิเน (Oshinei) และเรนชิน (Renshin) เตรียมขยายสาขา Oshine เพิ่มปีนี้ 5 แห่ง แบ่งเป็นรูปแบบแฟรนไชส์ 3 สาขา และบริษัทฯ ลงทุนเอง 2 สาขา รวมถึงมีแผนจะเปิดตัวแบรนด์ใหม่ สร้างความหลากหลายทางธุรกิจให้มากขึ้น สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ในวงกว้างขึ้น

 

 

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้