1049 จำนวนผู้เข้าชม |
นายนิธาน ชัยเนตร รองกรรมการผู้จัดการ บมจ. จี แคปปิตอล (GCAP) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อยกระดับการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการจัดทำแผนธุรกิจ แผนด้านธรรมาภิบาล และแผนด้านสภาพภูมิอากาศ ที่สามารถวัดผลได้ภายใน 3 ปี โดยกำหนดเป้าหมายรายได้ปี 2571 เติบโตจาก 127 ล้านบาท ในปี 2568 ขึ้นมาแตะ 200 ล้านบาท พร้อมพลิกขาดทุนสุทธิ 2 ปีติดต่อกัน มาเป็นมีกำไรสุทธิ 30 ล้านบาท และควบคุมหนี้เสีย (NPL) ไม่เกิน 5% ภายใต้ยุทธศาสตร์ GCAP Double Jump ประกอบด้วย กลยุทธ์ Agri Supply Chain Finance และกลยุทธ์ Green Mobility Finance เพื่อขับเคลื่อนพอร์ตสินเชื่อให้เติบโตอย่างมั่นคงและมีคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวแก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝายที่เกี่ยวข้อง
โดยกลยุทธ์ Agri Supply Chain Finance พร้อมยกระดับแพลตฟอร์มเกษตรแมตชิ่ง ซึ่งเดิมเป็นการจับคู่การให้บริการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร ระหว่างชาวนา และผู้ประกอบการรถเกี่ยวข้าว ให้ขยายวงออกไปยังพืชเศรษฐกิจอื่นๆ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจให้เปิดกว้างมากขึ้น รวมทั้งขยายขอบเขตการให้บริการทางการเงินให้ครอบคลุมทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ มีฐานข้อมูลที่กว้างขึ้น สามารถนำมาประมวลผลข้อมูลเชิงลึกทั้งด้านการเพาะปลูก และการวิเคราะห์สินเชื่อให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น
ส่วนกลยุทธ์ Green Mobility Finance เป็นการรุกตลาดสินเชื่อยานยนต์ไฟฟ้า โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการขนส่ง ซึ่งมีความต้องการใช้พลังงานสะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งบริษัทฯ ได้เริ่มพัฒนาโครงการนำร่องสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการท่องเที่ยวที่เกาะเต่าแล้ว
ขณะเดียวกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการหารายได้และสร้างกำไร ซึ่งจะสนับสนุนให้บริษัทฯ สามารถขยายสินเชื่อได้อย่างเป็นธรรม และมีความรับผิดชอบ สอดคล้องกับหลักการ Responsible Lending บริษัทฯ จะเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม ด้วยการพัฒนาบุคลากรและระบบการทำงานด้านการบริหารจัดการลูกหนี้ เพื่อควบคุมคุณภาพสินเชื่อให้มีประสิทธิภาพ
ส่วนแผนยกระดับด้านธรรมาภิบาล พร้อมกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน มีมาตรฐานระดับสากล ทั้งในประเด็นการป้องกันและต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ การยกระดับการแจ้งเบาะแสการกระทำผิด และการป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน อย่างตรงไปตรงมา สามารถตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสร้างคุณค่าให้กับนักลงทุนในระยะยาว เช่นเดียวกับแผนยกระดับสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเร่งพัฒนาการจัดทำรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว (Green Finance) ให้มีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นในอนาคต