SMO เชื่อ การเข้าโครงการ JUMP+ หนนกำไรพุ่ง 850 ล้านบาท ในปี 2571

1264 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SMO เชื่อ การเข้าโครงการ JUMP+ หนนกำไรพุ่ง 850 ล้านบาท ในปี 2571




นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. กลุ่มสมอทอง (SMO) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ซี่งเป็นโครงการที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านกลยุทธ์ การบริหารจัดการ และการเติบโตในระยะยาว ครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ทั้งมิติการเติบโตทางธุรกิจ (Business Growth) มิติด้านธรรมาภิบาล (Governance) และมิติด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) ซึ่งเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างมีคุณภาพ และมีความยั่งยืน เสริมสร้างความเชือมั่นให้กับนักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่่ยวข้องทุกฝ่าย รวมถึงเพิ่มมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นในระยะยาว ผ่านแผนเพิ่มมูลค่ากิจการ 3 ปี (ปี 2569-71) โดยตั้งเป้ากำไรสุทธิ ปี 2571 ที่ 850 ล้านบาท

โดยแผนการเติบโต บริษัทฯ มุ่งเพิ่มยอดขายผ่านการขยายกำลังการผลิตในธุรกิจโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่มีความ เชี่ยวชาญ ควบคู่กับการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์หลักและผลิตภัณฑ์พลอยได้ พร้อมทั้งขยายตลาดส่งออกไปยังลูกค้าใหม่ในประเทศคู่ค้าเดิม รวมถึงขยายฐานลูกค้าไปยังตลาดใหม่ที่มีความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบสูง ขณะเดียวกัน จะมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ ผ่านการพัฒนาองค์กรด้วยข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มความแม่นยำในการวางแผนการผลิตและการขายน้ำมันปาล์มดิบ รวมถึงการบริหารจัดการสินทรัพย์และทรัพยากรอย่างมีประสิทธิผล ช่วยรักษาอัตรากำไรสุทธิให้สูงกว่า 6% ควบคู่ไปกับการควบคุมระดับหนี้สินให้อยู่ในระดับที่เหมาะกับศักยภาพของกิจการ และมีความน่าเชื่อถือ โดยตั้งเป้าหมายรักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Raio) ให้อยู่ในระดับไม่เกิน 1.25 เท่า

ส่วนแผนด้านธรรมาภิบาล บริษัทฯ พร้อมยกระดับการบริหารองค์กรตามหลักธรรมาภิบาลอย่างจริงจัง ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน การยกระดับระบบแจ้งเบาะแสการกระทำผิด และการกำกับดูแลความมั่นคงสารสนเทศ เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และระบบควบคุมภายในที่เข้มแข็ง รองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคตอย่างมีเสถียรภาพ

สำหรับแผนด้านสิ่งแวดล้อม จะเร่งจัดทำ Carbon Footprint Organization ครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งใน Scope 1, 2 และ 3 ในทุกพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการกำหนดมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในองค์กร ทั้ง

การติดตั้งโซลาร์เซลล์ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 530 kWp รวมทั้งหันมาใช้รถตักและรถยนต์ไฟฟ้า 9 คัน เพื่อช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 404 tCO2e ในปี 2571






Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้