1242 จำนวนผู้เข้าชม |
นางสาวนพรัตน์ มาลัยวงค์ ผู้ก่อตั้ง และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. 88 ไทยแลนด์ (88TH) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การมุ่งพัฒนาและขยายสายผลิตภัณฑ์แบรนด์ LYO เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง การขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนและฮ่องกง ที่มีการลงนามความร่วมมือก่อนหน้านี้ พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในตลาดใหม่ๆ เพิ่มเติม และการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงครบวงจร ซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ภายใต้บริษัทย่อย มอนสเตอร์ แล็บ (MONSTER LAB) ควบคู่กับการใช้ช่องทางการตลาดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การขยายช่องทางจำหน่ายทาง Social Commerce รวมถึง Live Commerce หรือการใช้ Influencer ทำการตลาดให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้า ตลอดจนใช้สื่อโฆษณาภายนอกอาคาร (OOH) ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ
สำหรับความคืบหนาของธุรกิจใหม่ ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงครบวงจร ล่าสุด ทาง MONSTER LAB ได้ลงนามความร่วมมือกับ นายกรรชัย กำเนิดพลอย พาร์ทเนอร์คนสำคัญ และบริษัท Morena Solutions ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพและนวัตกรรมสำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์อาหารและผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยงเชิงพาณิชย์ด้วยงานวิจัยระดับสูง โดยไฮไลต์สำคัญ คือการนำ Glyco-SOS™ Technology และ NMG™ Technology มาใช้เป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับระบบโภชนาการสัตว์เลี้ยงผ่านองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีระดับนาโน ระบบทางเดินอาหาร และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสารอาหาร สร้างมาตรฐานการแข่งขันด้วยคุณภาพ เทคโนโลยี และความแตกต่างที่สร้างคุณค่าได้จริง นำร่องด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารเม็ด อาหารเปียก ขนม และผลิตภัณฑ์กรูมมิ่งสำหรับสุนัขและแมว ในไตรมาส 3 ทยอยรับรู้เป็นรายได้ในครึ่งปีหลัง ผลักดันรายได้ทั้งปีให้เติบโต 30% ทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ก่อนสร้าง New S-Curve ขับเคลื่อนผลดำเนินงานให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคต

ขณะที่ผลดำเนินงานไตรมาสแรก ปี 2569 บริษัทฯ มีกําไรสุทธิ 21.90 ล้านบาท ลดลง 31.2% จากไตรมาสแรกปีก่อน เนื่องจากมีการใช้งบประมาณทางการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) แก่ผู้บริโภค ซึ่งจะทยอยสร้างรายได้กลับมาตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป อีกทั้งมีค่าใช้จ่ายในการขออนุญาตและจดทะเบียนของบริษัทย่อยแห่งใหม่ MONSTER LAB ซึ่งคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ได้ในช่วงครึ่งปีหลัง ส่งผลให้อัตรากําไรสุทธิลดลงจาก 18.8% ในไตรมาสแรกปีก่อน เป็น 13.3% ขณะที่ความไมแน่นอนจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ กดดันให้คําสั่งซื้อในช่องทางตัวแทนจําหน่ายลดลง ส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการลดลงเล็กน้อย 2.6% มาอยู่ที่ 164.61 ล้านบาท