22 จำนวนผู้เข้าชม |
ดร. สมโภชน์ วัลยะเสวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. สตาร์เฟล็กซ์ (SFLEX) เปิดเผยแผนดำเนินงานช่วงที่เหลือของปี 2569 ว่า จะมุ่งขยายฐานบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Packaging) ประเภท Mono-material มากขึ้นผ่านการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในรูปแบบ Co-development และขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและเจ้าของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งบริษัทฯ ได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งเครื่องจักรไว้แล้ว คาดว่าจะทยอยเดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในครึ่งปีหลัง นำร่องในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่ม ผงซักฟอก และครีมสำหรับเด็ก
ขณะเดียวกัน เพื่อควบคุมอัตรากำไรขั้นต้นในระดับ 25% และรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว บริษัทฯ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ ด้วยการรุกผลิตซองบรรจุภัณฑ์สำเร็จรูปและการติดฝาจุก (Spout) มุ่งตอบโจทย์ลูกค้ารายใหญ่ที่ต้องการลดความสูญเสียในกระบวนการผลิตอย่างตรงจุด ควบคู่กับการเดินหน้าบริหารต้นทุนให้เกิดประสิทธิผลอย่างต่อเนื่อง ผ่านการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิต การติดตั้งโซลาร์รูฟเพื่อลดค่าไฟฟ้า รวมทั้งการลงทุนผลิตฟิล์มบางส่วนเพื่อทดแทนการนําเข้า หรือซื้อจากภายนอก ตลอดจนการเพิ่มจำนวน Supplier เพื่อลดต้นทุนวัตถุดิบหลัก ซึ่งกลยุทธ์เหล่านี้จะช่วยขับเคลื่อนให้รายได้ทั้งปีเติบโตเป็นเลข 2 หลัก แตะ 2,200 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้
สำหรับบริษัทร่วมทุน สตาร์ยูเนี่ยน แพคเกจจิ้ง (SUP) ซึ่ง SFLEX ถือหุ้นในสัดส่วน 51% และไทยยูเนี่ยน กราฟฟิกส์ ในเครือ บมจ. ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) ถือหุ้น 49% ที่มีจุดเด่นในการผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนที่มีสมรรถนะสูง (High Performance Flexible Packaging) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม น่าจะรับรู้ผลขาดทุนลดลง เพราะเริ่มเดินเครื่องผลิตบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์อาหารที่เก็บในอุณหภูมิห้อง อาหารแช่เย็น และอาหารแช่แข็ง ตามคำสั่งซื้อที่มีเข้ามาแล้ว คาดว่าจะเห็นคำสั่งซื้อเข้ามามากขึ้นในไตรมาสสุดท้าย บริษัทร่วมทุน STARPRINT VIETNAM (SPV) ซึ่ง SFLEX ถือหุ้นในสัดส่วน 25% และ บมจ. เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP) ถือหุ้น 70% ทำธรกิจผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์แบบพับได้ (folding cartons) และบรรจุภัณฑ์แบบคงรูป (rigid boxes) ด้วยกระบวนการผลิตและพิมพ์โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย น่าจะรับรู้ผลกำไรได้ดีขึ้น ตามการเติบโตของรายได้
ขณะที่ผลดำเนินงานไตรมาสแรก SFLEX รายงานกำไรสุทธิ 61.7 ล้านบาท ลดลง 5.4% จากไตรมาสแรกปีก่อน ถูกกดดันจากส่วนแบ่งขาดทุนจากช่วงเริ่มต้นธุรกิจของ SUP และส่วนแบ่งกำไรจาก SPV ลดลง เนื่องจากอัตรากําไรลดลงและเงินบาทแข็งค่า ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 13.10% เหลือ 12.45% ทั้งที่รายได้จากการขายจะทรงตัวที่ 490.8 ล้านบาท และยังสามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ