TISCO Wealth แนะ switch หุ้นกลุ่ม Cyclical ไป ฺฺBiotech กับ Future Trend รับมือวิกบากกรรมไวรัส

273 จำนวนผู้เข้าชม  | 

TISCO Wealth แนะ switch หุ้นกลุ่ม Cyclical ไป ฺฺBiotech กับ Future Trend รับมือวิกบากกรรมไวรัส


นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการอาวุโส ที่ปรึกษาการลงทุนทิสโก้ เวลธ์ (TISCO Wealth) บมจ. ธนาคารทิสโก้ เปิดเผยว่า ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ ประเมินว่า หากไวรัสโควิดสายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) ระบาดรุนแรง หุ้นทั่วโลกมีโอกาสปรับลงจากปัจจุบัน 15 - 20% เนื่องจากเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบจากการ Lockdown ประกอบกับบรรยากาศการลงทุนถูกกดดันจากเงินเฟ้อระดับสูงอันเนื่องมาจากปัญหา Supply Chain และธนาคารกลางหมดกระสุนอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงแนะนำให้นักลงทุน "ขาย" หุ้นกลุ่มวัฏจักรเศรษฐกิจ (Cyclical) ซึ่งจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากประเด็นดังกล่าว โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงาน (Energy) กลุ่มธุรกิจการเงิน (Financials) กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม (Industrials) และกลุ่มสายการบิน (Airlines)  

"หุ้นที่เราแนะนำให้ขาย คือ หุ้นกลุ่ม Cyclical ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจฟื้นตัว และราคาหุ้นได้ปรับขึ้นสูงกว่าจุดที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปี 2563 ไปแล้ว โดยมีความเป็นไปได้สูงว่าแนวโน้มผลประกอบการหุ้นกลุ่ม Cyclical หลังจากนี้จะเริ่มไม่แน่นอน ทำให้นักลงทุนน่าจะให้ความสำคัญลดลง ส่งผลให้ราคาหุ้นมีความเสี่ยงที่ จะปรับตัวลดลง" นายณัฐกฤติกล่าว




จากการศึกษาของ TISCO Wealth พบว่า นับตั้งแต่มีข่าวการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด จนถึงการกลายพันธุ์ของโอไมครอนระบาด เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ราคาหุ้นกลุ่ม Energy ปรับตัวลง 6.7% กลุ่ม Financials และกลุ่ม Industrials ปรับลง 6.3% พอๆ กัน ขณะที่กลุ่ม Airlines ปรับลง 12.3% ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงมากกว่าดัชนี S&P 500 ที่ปรับตัวลดลงเพียง 4.0%

ทั้งนี้ TISCO Wealth แนะให้นักลงทุนอาศัยจังหวะที่หุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง ทยอยสะสมหุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการกลับมาแพร่ระบาดของไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่ และเป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตแม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว ใน 2 กลุ่ม คือ คือ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เป็นอนาคตของโลก (The Future Trend) และหุ้นกลุ่มนวัตกรรมการแพทย์ (Healthcare Innovation) 

โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เป็นอนาคตของโลก ได้แก่ Video Games และ Esports, Cybersecurity, Social Media และ Cloud Computing โดย Global X Asset Management คาดว่าในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ธุรกิจกลุ่มนี้จะมีรายได้เติบโต 26%, 23%, 21% และ 20% ตามลำดับ อีกทั้งในอนาคต ยังมีโอกาสเติบโตอีกมากจากธุรกิจใหม่ที่จะเกิดบนโลกเสมือนจริงใน Metaverse

นอกจากนี้ หากมองย้อนกลับไปช่วงแรกที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสระบาด ในปี 2563 หุ้นกลุ่มนี้สามารถสร้างผลตอบแทนได้แบบก้าวกระโดด สวนทางกับธุรกิจอื่นที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยหุ้นกลุ่ม Video Games และ Esports สร้างผลตอบแทนได้สูงถึง 84.25% ขณะที่หุ้นกลุ่ม Cybersecurity สร้างผลตอบแทนได้ 71.17% ส่วนหุ้นกลุ่ม Social Media สร้างผลตอบแทนได้ 75.11% และหุ้นกลุ่ม Cloud Computing สร้างผลตอบแทนได้ 77.08%  

สำหรับหุ้นกลุ่มนวัตกรรมการแพทย์ ให้น้ำหนักไปที่ธุรกิจไบโอเทคโนโลยี (Biotechnology) ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตามค่าใช้จ่ายการในการดูแลสุขภาพและการรักษาพยาบาล ที่มีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และเมื่อมีโควิดกลายพันธุ์รุ่นใหม่ๆ เกิดขึ้น กลุ่มนี้ก็จะเป็นพระเอกที่ใช้นวัตกรรมทางชีวภาพใหม่อย่าง mRNA มาปรับเปลี่ยนสูตรวัคซีนเพื่อรับมือได้อย่างรวดเร็ว สร้างรายได้ให้บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งในปีที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มนี้สามารถสร้างผลตอบแทนได้มากถึง 48.19% 

ซึ่งเมื่อตรวจสอบถึงทางเลือกในการลงทุน TISCO Wealth ให้ทางเลือกในการลงทุนผ่าน 4 กองทุน คือ UCHI ของ บลจ.ยูโอบี (UOBAM) TBIOTECH และ TCLOUD ของ บลจ.ทิสโก้ (TISCO Asset) เอง และ LHESPORT-A ของ บลจ.เเลนด์ เเอนด์ เฮ้าส์ (LH Fund)


                             



Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้