EFORL เตรียมขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติรวมพาร์ และเพิ่มทุนรองรับการออกวอร์แรนท์ 2 ชุด ต้นปีหน้า

191 จำนวนผู้เข้าชม  | 

EFORL เตรียมขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติรวมพาร์ และเพิ่มทุนรองรับการออกวอร์แรนท์ 2 ชุด ต้นปีหน้า

EFORL เตรียมขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติรวมพาร์ และเพิ่มทุนรองรับการออกวอร์แรนท์ 2 ชุด ต้นปีหน้า เพื่อเร่งปลดเครื่องหมาย C และต่อยอดธุรกิจเครื่องมือแพทย์ให้เติบโตก้าวกระโดด

นายปรีชา นันท์นฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อี ฟอร์ แอล เอม (EFORL) เปิดเผยว่า เพื่อปรับมาตรฐานบริษัทฯ ให้ดียิ่งขึ้นสอดคล้องกับกฎระเบียบของหน่วยงานกำกับดูแล ในเรื่องราคาพาร์ขั้นต่ำ และเครื่องหมาย C ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ จึงเห็นควรให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) โดยรวมมูลค่าที่ตราไว้ (รวมหุ้น) จากเดิมมูลค่าหุ้นละ 0.075 บาท เป็นหุ้นละ 0.75 บาท ซึ่งการรวมหุ้นจะทำให้จำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ลดลงในอัตราส่วน 10 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ เพราะจำนวนหุ้นของบริษัทจะลดลงจากเดิม 39.978 พันล้านหุ้น เหลือ 3.9978 พันล้านหุ้น เนื่องจากราคาพาร์สูงขึ้น 

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการบริษัทฯ ยังอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 2,998 พันล้านบาท เป็น 3,897 พันล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 1,199 พันล้านหุ้น ราคาพาร์ หุ้นละ 0.75 บาท เพื่อนำไปจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญรุ่นที่ 5 (EFORL-W5) จำนวนไม่เกิน 799.5 ล้านหน่วยให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้นเดิม (Right Offering) ในอัตราส่วน 5 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ โดยมีราคาเสนอขายต่อหน่วยเท่ากับ 0.40 บาท อายุใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 ปี นับจากวันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ และกำหนดราคาใช้สิทธิ 1.00 บาท  

รวมทั้ง พิจารณาอนุมัติการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท รุ่นที่ 6 (EFORL-W6) จำนวนไม่เกิน 399.7 ล้านหน่วยให้แก่ถือหุ้นเดิมที่ใช้สิทธิจองซื้อใบสำคัญแสดงสิทธิ รุ่นที่ 5 (EFORL-W5) ในสัดส่วน 2:1 ( 2 หน่วย EFORL-W5 ต่อ 1 หน่วย EFORL-W6) โดยเสนอขายโดยไม่คิดมูลค่าอายุใบสำคัญแสดงสิทธิ 3 ปี นับจากวันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ และกำหนดราคาใช้สิทธิ 2.50 บาท 

"วัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนครั้งนี้ บริษัทฯ จะนำเงินไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับทำธุรกิจเครื่องมือทางการแพทย์ เพื่อให้มีสภาพคล่องทางการเงินสอดรับกับคำสั่งซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีเป็นจำนวนมาก และใช้รองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับ IOMT (Internet of Medical Things) ตลอดจนลดสัดส่วนหนี้ (D/E Ratio) ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในระยะยาว หากบริษัทฯ ได้รับเงินจากการออกใบสำคัญแสดงสิทธิ และผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนเต็มจำนวน จะทำให้สามารถระดมทุนได้เป็นเงินประมาณ 2,100 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งจะส่งผลบวกกลับคืนมายังผู้ถือหุ้นในที่สุด" นายปรีชากล่าว 

ทั้งนี้ ได้กำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (Record Date) ในวันที่ 5 มกราคมปีหน้า ส่วนวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ตรงกับวันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ปีหน้า

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EFORL ยังกล่าวถึงภาพรวมธุรกิจในไตรมาสสุดท้ายปีนี้ด้วยว่า ยังคงมีทิศทางสดใสต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจเครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งเป็นช่องทางสร้างรายได้หลักให้กับบริษัทฯ เพราะบริษัทฯ ต้องส่งมอบเครื่องมือทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลมูลค่ารวม 500 ล้านบาท ภายในไตรมาสนี้ และสนับสนุนให้รายได้ทั้งปีสูงเกินเป้าหมายที่วางไว้ 2,000 ล้านบาท 

สำหรับปีหน้า บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้เติบโตต่อเนื่องจากปีนี้ จากการพัฒนาประสิทธิภาพในการขาย ทั้งผลิตภัณฑ์เดิมและผลิตภัณฑ์ใหม่ ควบคู่ไปกับการขยายตลาดให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าเดิมและกลุ่มลูกค้าใหม่ เพราะอุตสาหกรรมการแพทย์ยังมีการเติบโตได้ มีมูลค่าตลาดสูง และยังได้แรงหนุนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ช่วยกระตุ้นให้อุปสงค์ (ความต้องการเครื่องมือทางการแพทย์) มีสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้