KTBST ชู JMT KCE LEO ORI RBF SCB และ SNNP เป็น 7 อรหันต์หุ้นยั่งยืน เกาะกระแสโลกใหม่วันนี้

391 จำนวนผู้เข้าชม  | 

KTBST ชู JMT KCE LEO ORI RBF SCB และ SNNP เป็น 7 อรหันต์หุ้นยั่งยืน เกาะกระแสโลกใหม่วันนี้

ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บมจ. หลักทรัพย์ เคทีบี ประเทศไทย (KTBST) เปิดเผยว่า จากการคัดเลือกหุ้นที่เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว ในลักษณะ "ซื้อเพื่อถือลงทุน หรือ buy and hold strategy portfolio" เริ่มตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป โดยคัดกรองหุ้นจากกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการศึกษา และมีความน่าสนใจ ใน 4 มุม คือ 

  1. ธุรกิจหลักจะต้องมีอัตราการเติบโตได้ต่อเนื่อง
  2. บริษัทต้องอยู่ใน position ที่แข็งแรงพอในการแข่งขัน และอยู่รอดได้ในระยะยาว
  3. มีการขยายไปยังธุรกิจใหม่ๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมดาวรุ่ง (sunrise industry) ช่วยผลักดันให้บริษัทมีอัตราการเติบโตของกำไรที่ยั่งยืน และ
  4. มูลค่าหุ้น (valuation) ปัจจุบันอาจซื้อขายที่ premium แต่ต้องยังไม่สะท้อนอัตราการเติบโตของกำไรระยะยาวที่ต้องสูงกว่า peers

ผลลัพธ์ที่ได้ในเบื้องต้น ก็คือ มีหุ้น 7 บริษัท ที่เหมาะสำหรับการลงทุนแบบยั่งยืน กระจายใน 4 กลุ่มธุรกิจ ประกอบไปด้วย กลุ่มไฟแนนซ์ (JMT, SCB) กลุ่ม EV (KCE) กลุ่ม Logistics (LEO) และกลุ่มกัญชง (RBF, SNNP)

โดยประเด็นในการลงทุนหลัก ของหุ้นทั้ง 7 ตัว มีดังนี้

JMT (FV@ 80 บาท) : การร่วมลงทุนกับ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ทำธุรกิจให้บริการงานติดตามหนี้ (Debt Collection Business: DCB) และธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (Asset Management Business: AMC) ที่คาดจะแล้วเสร็จในไตรมาสแรกนี้ จะสร้างความมั่นคงต่อการซืื้อหนี้เสียมาบริหาร และเพิ่มกำไรในอนาคต และยังเปิดโอกาสที่่จะเข้าร่วมทุนกับธนาคารอื่น หากการร่วมทุนกับ KBANK สำเร็จ หรือสรุปสั้นๆ ว่า Stronger than ever after a tie up with KBANK in AMC business


KCE (FV@ 105 บาท) : การก้าวเข้าสู่ยุค digital ทำให้มีความต้องการบริโภคสินค้า IT ที่เกี่ยวข้องกับ IoT, Cloud service, 5G, E-commerce, Work from home, Crypto currency และ Metaverse ที่ต้องใช้PCB เป็นหัวใจหลักในแผงวงจรไฟฟ้า โดยมูลค่าตลาดของ semiconductor ในปี 2021E/22E คาดว่า จะเติบโตที่ 26% และ /9% YoY ประกอบกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของรถยนต์ไฟฟ้า (EV - electric vehicle) ยิ่งเร่งให้ความต้องการ PCB สูงขึ้น เนื่องจาก EV มีปริมาณการใช้ PCB มากกว่ารถยนต์ทั่วไป อีกทั้งในอนาคตการมาของ autonomous car (รถยนต์ไร้คนขับ) จะทำให้มีการบริโภค PCB มากยิ่งขึ้น หรือสรุปสั้นๆ ว่า Leapfrogging into the rise of digital & EV era


LEO (FV@ 20 บาท) : มีโอกาสเติบโตอีกมาก ทั้งจากการขยายธุรกิจเดิม ขนส่งทางเรือ และการจับมือกับพันธมิตร เช่น Cardinal UK เน้นการขนส่งทางเรือ , วางแผนร่วมกับ Thailand post distribution ทำขนส่ง e-commerce, จับมือกับ China post ที่เน้นการขนส่งระหว่าง ไทย-จีน อีกทั้งยังวางแผนทำคลังสินค้าร่วมกัน เพื่อหนุนให้ไทยเป็น distribution hub ของภูมิภาค ASEAN และโอกาสใหม่ๆ จากดีลในอินโดนิเซีย และเวียดนาม หรือสรุปสั้นๆ ว่า Bright outlook from high fright rates, new rail business and M&As


ORI (FV@ 15 บาท) : ธุรกิจหลักอสังหาฯ ยังเติบโตได้ดี จากกลยุทธ์เน้นกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีการแข่งขันน้อย (blue ocean) และแผนขยายธุรกิจใหม่ๆ ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง ไม่ว่าจะเป็น healthcare (เสริมความงาม, ศูนย์ดูแลสุขภาพ, กัญชงครบวงจร), logistics, asset management company, insurance broker หรือ energy (solar roof, EV charger) สร้าง new s-curve จากธุรกิจที่เป็น mega trends ในอีก 3 ปี ข้างหน้า หรือสรุปสั้นๆ ว่า Beyond Property Developers


RBF (FV@ 29 บาท) : ธุรกิจหลักยังเติบโตดีขึ้นตามการฟื้นตัของการบริโภคทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ธุรกิจกัญชงจะเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักเร่งการเติบโตของรายได่้ และกำไรให้โดดเด่น เห็นผลทันทีใน 2 ปีนี้ หรือสรุปสั้นๆ ว่า Hemp business: a key growth driver for 2022 onwards


SCB (FV@ 150 บาท) : ธุรกิจธนาคารยังเติบโตตามเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัว การตั้งสำรองที่ลดลงกลับสู่ระดับปกติ ขณะที่แผนเปลี่ยนธุรกิจครั้งใหญ่ เป็น SCBX จะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยภายใน 5 ปีข้างหน้า ตัั้งเป้าสัดส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย อยู่ที่ 1 ใน 3 ของรายได้รวม (2021E อยู่ที่ 12%), Market cap. ที่ระดับ 1 ล้านล้านบาท
(ปัจจุบัน = 4.3 แสนล้านบาท), ROE ในระยะยาวที่ 15%-20% (2022E = 9%) และกำไรจะเติบโตถึง 1.5 เท่าตัว (2022E คาด +10%) ซึ่งมีโอกาสสูงมากที่จะทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ หรือสรุปสั้นๆ ว่า Still more to come after transformation to SCBX


SNNP (FV@ 15.50 บาท) : มีปัจจับขับเคลื่อนธุรกิจหลายประการ ทั้งความเป็นผู้นำตลาดขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มในอาเซียน, การมีโรงงานต่างประเทศ ช่วยให้ต้นทุนการผลิตลดลง, การมี distributor ทั้งในและต่างประเทศเป็นของตัวเอง ทำให้มี strategic alliance กับ distributors เหล่านั้น และยังมี upside จากธุรกิจกัญชง-กัญชา และดีล M&A ช่วยผลักดันกำไร และ Valuation หรือสรุปสั้นๆ ว่า A giant’s footsteps into international & hemp markets

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้