KTC มั่นใจสถานการณ์ต่างๆ เอื้อให้ปีนี้ทำกำไร New High รอบใหม่ หลังจากทำได้ในปีก่อน

368 จำนวนผู้เข้าชม  | 

KTC มั่นใจสถานการณ์ต่างๆ เอื้อให้ปีนี้ทำกำไร New High รอบใหม่ หลังจากทำได้ในปีก่อน

นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) เปิดเผยว่า ถึงแม้ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และการลดเพดานดอกเบี้ยสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง ทำให้แผนขยายธุรกิจบางอย่างต้องชะลอตัว พอร์ตลูกหนี้รวมก็โตได้ไม่มากนัก แต่การที่บริษัทฯ ปรับกลยุทธ์หลายอย่างเพื่อให้ธุรกิจผ่านพ้นวิกฤติต่างๆ ไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารพอร์ตลูกหนี้ให้มีคุณภาพดีต่อเนื่อง และควบคุมค่าใช้จ่ายให้ลดลงควบคู่กันไป ช่วยให้ผลดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านสร้างสถิติสูงสุดใหม่ได้อีกครั้ง โดยมีกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะ 6,251 ล้านบาท และงบการเงินรวม 5,879 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า (2563) ราว 17.2% และ 10.2% ตามลำดับ ขณะที่สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) อยู่ที่ 3.6%

สำหรับเหตุผลที่กำไรในงบการเงินรวม มีมูลค่าต่ำกว่างบการเงินเฉพาะ เกิดจากราคาซื้อขายในบริษัท กรุงไทยธุรกิจ ลีสซิ่ง (KTBL) ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ดังนั้น เพื่อให้สะท้อนมูลค่าแท้จริงของพอร์ตลูกหนี้ จึงมีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้น 539 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว

ในส่วนของฐานสมาชิกรวม ณ สิ้นปี มีจำนวนทั้งสิ้น 3.266 ล้านบัญชี แบ่งเป็นธุรกิจบัตรเครดิต 2.515 ล้านบัตร คิดเป็นยอดสินเชื่อ 60,201 ล้านบาท และธุรกิจสินเชื่อบุคคล 0.751 ล้านบัญชี คิดเป็นยอดสินเชื่อ 29,235 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ของทั้ง 2 ธุรกิจอยู่ที่ 1.2% และ 2.9% ตามลำดับ

นอกจากนี้ KTC ยังให้ความช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้ตามแนวทางช่วยเหลือลูกหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทุกมาตรการมาโดยตลอด โดยตัวเลขล่าสุด ณ สิ้นปี มีการเปลี่ยนประเภทหนี้บัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคล เป็นเงินกู้สินเชื่อบุคคลระยะยาว พร้อมลดดอกเบี้ยให้ คิดเป็นสัดส่วน 2.15% ของพอร์ตลูกหนี้รวม 




สำหรับแผนงานปีนี้ บริษัทฯ เล็งเห็นโอกาสเติบโตของสินเชื่อมีหลักประกันที่ได้วางรากฐานมากว่า 2 ปี จึงตั้งเป้าผลักดันพอร์ตลูกหนี้รวมให้โตเกิน 100,000 ล้านบาท พร้อมทำกำไรสูงสุดสร้างสถิติใหม่อีกครั้ง โดยพร้อมปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจให้ต่างจากเดิม อย่างธุรกิจบัตรเครดิต จะสร้างโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ผ่านการขยายฐานบัตรร่วมกับพันธมิตรรายใหญ่ ออกผลิตภัณฑ์ใหม่และพัฒนาบัตรเครดิตร่วม (Co-brand) เน้นสิทธิประโยชน์ที่ตรงใจเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับสมาชิกบัตรในระยะยาว โดยตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้น 2.2 แสนล้านบาท หรือขยายตัว 10%

โดยเพื่อส่งเสริมการตลาด KTC ได้พัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ MAAI BY KTC ช่วยสนับสนุนการให้บริการกับพันธมิตรธุรกิจที่ต้องการใช้ลอยัลตี้ โปรแกรม (Loyalty Program) แบบครบวงจร ด้วยระบบบริหารจัดการสมาชิก ระบบบริหารจัดการคะแนน และระบบบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ในรูปแบบคูปองอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มเติมเข้ามา

ขณะที่ธุรกิจสินเชื่อบุคคล มุ่งขยายฐานสมาชิกใหม่ที่มีศักยภาพ เน้นผู้มีรายได้ประจำ และมีฐานรายได้ที่สูงขึ้น โดยประมาณอัตราการเติบโตที่ 7%

ส่วนธุรกิจสินเชื่อเคทีซี พี่เบิ้ม และ KTBL จะเป็นเป้าหมายในการสร้าง New S Curve ผลักดันให้ KTC มีรายได้เติบโตก้าวกระโดดและยั่งยืน โดยตั้งเป้ายอดลูกหนี้สินเชื่อเติบโต 1.15 หมื่นล้านบาท และใช้เครือข่ายของธนาคารกรุงไทย และกรุงไทยลีสซิ่งทั่วประเทศ เป็นช่องทางในการขยายตลาดเพิ่มเติม

จุดยืนและเป้าหมายธุรกิจข้างต้น ถูกนักวิเคราะห์หลักทรัพย์หลายสำนักตีความ และนำมาถอดรหัสเพื่อคาดหมายแนวโน้มกำไร และประเมินมูลค่าเหมาะสมเฉลี่ย ได้ที่ 71.50 บาท 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้